| โดย ในช่วงระยะเวลา 10ปีที่ผ่านมานั้น เครื่องมือการตลาดที่เข้ามาเป็น ‘ตัวช่วย’ให้ประสบความสำเร็จ หลักๆมี 10อย่างด้วยกันที่ควรรู้ ซึ่งแต่ละอย่างมีข้อดีแตกต่างกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการนำมาประยุกต์ใช้ให้ เกิดประโยชน์กับการทำธุรกิจนั้นๆ ลองดูซิว่าเครื่องมือไหนสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณมากที่สุด | ||||
2. Word of Mouth เป็น กลยุทธ์ที่ใช้งบประมาณน้อย เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างกระแสความตื่นเต้นและสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างลูกค้ากับสินค้าหรือบริการได้ดีไม่แพ้สื่อหลักอย่างโทรทัศน์วิทยุ ซึ่งวิธีนี้จะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอเรื่องราวให้เป็นที่สนใจ กับสื่อมวลชน เชื่อว่า หลายคนคงรู้จัก ตัน โออิชิ กันเป็น อย่างดีในฐานะพรีเซ็นเตอร์ เพราะวิธีการนำเสนอสินค้า แคมเปญแต่ละครั้ง ที่แปลกและแตกต่างชนิดที่ไม่ต้องเสียเงินจ้างดารามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ | ||||
4. Music Marketing ถือ เป็นสูตรสำเร็จอย่างหนึ่งในการทำตลาดด้วยการใช้นักร้องมาดึงดูดความสนใจของ วัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของตลาด ยกตัวอย่าง เช่น เครื่องดื่มเป๊ปซี่ ที่ใช้ดนตรีเข้ามาเป็นตัวกลางในการสื่อสารกับผู้บริโภคซึ่งในแต่ละปีจะมีการ เลือกนักร้องที่ได้รับความนิยมเข้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ พร้อมเข้ามาสนับสนุนคอนเสิร์ตเพื่อเปิดโอกาสให้คนดื่มเป๊ปซี่ได้เข้าไปชม 5. Out of Home Media หมาย ถึง สื่อนอกบ้าน ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของนักการตลาดมากขึ้นเมื่อสื่อหลักอย่าง ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ มีราคาสูง แต่กลับได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในการรับสื่อลดน้อยลง เจ้าสินค้าจึงหันใช้สื่อนอกบ้านเพิ่มขึ้นอาทิ ทีวีในลิฟต์ ในเชลฟ์ขายของ Big Banner ในบริเวณที่เป็นจุดที่มีคนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก อย่างสยามเซ็นเตอร์ เซ็นเตอร์พ้อยท์ เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากขึ้น 6. Premium Marketing คือ กลยุทธ์การแจกของพรีเมี่ยม ของสมนาคุณ ที่เจ้าของธุรกิจแจกจ่ายให้เป็นของแถมสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าหรือเข้ามาใช้ บริการ ซึ่งเป็น ‘ลูกเล่น’ การตลาดที่ได้รับความนิยมทุกวงการ โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นเหล้านอก เหล้าไทย เบียร์ ส่วนหนึ่งเพราะข้อจำกัดเรื่องโฆษณาสินค้า แต่เชื่อหรือไม่ว่า สิ่งเหล่านี้สามารถดึงดูดความสนใจลูกค้าได้มหาศาล 7. Personal Selling การ ใช้พนักงานขายช่วยแนะนำคนซื้อ ณ จุดขาย เริ่มกลับมาได้รับความนิยมมาก เพราะสามารถกระตุ้นยอดขายได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะเห็นภาพชัดในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลูกค้าต้องการทราบข้อมูลสินค้า รวมทั้งวิธีการใช้งาน ซึ่งหัวใจสำคัญของวิธีนี้คือการฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้เชี่ยวชาญใน สินค้าและบริการนั้นๆ รวมถึงสามารถเปรียบข้อดีข้อเสียระหว่างสินค้าที่ขายกับสินค้าคู่แข่งได้ อย่างชัดเจน โดยอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง > | ||||
9. Promotion กิจกรรม ส่งเสริมการขาย กลายเป็นตัวช่วยสำคัญ ในการจูงใจผู้บริโภคให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอย หลักๆคงหนีไม่พ้นการลดราคา และกิจกรรมชิงโชค ซึ่งสามารถกระตุ้นต่อมการซื้อได้ง่ายกว่าวิธีการอื่นๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่มักจะเห็นกิจกรรมเหล่านี้เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ยอดขาย สินค้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 10. Innovation หรือ นวัตกรรม ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต่อให้ทำตลาดดี แต่ถ้าสินค้าไม่ดี ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จ เพราะลูกค้าจะไม่มีวันซื้อซ้ำ ยิ่งยุคสมัยนี้ การพัฒนาสินค้าใหม่ ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะคงไม่มีสินค้าไหนที่สามารถอยู่ได้ในทุกยุคสมัยโดยมี ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตลอด เวลา ยกตัวอย่าง กระแสผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รักษาสิ่งแวดล้อมจะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคไทย ล่าสุดทาง ไอ.ซี.ซี. บริษัทในเครือสหพัฒน ได้ร่วมกับสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ การผลิตกระเป๋าผ้านาโนบีเอสซี เพื่อร่วมรณรงค์ให้คนไทยหันมาใช้กระเป๋าผ้าแทนถุงพลาสติก เป็นต้น ข้อมูลจาก http://www.smethailandclub.com |
วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553
10 เครื่องมือตลาดที่ (SMEs) ควรรู้
วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ภ.บ.ท. 5 คืออะไร?
ภ.บ.ท. 5 จึงมิใช่เอกสารสิทธิในที่ดินที่ออกตามประมวลกฎหมายที่ดิน การซื้อขายจึงทำได้เพียงการส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่กันเท่านั้น ไม่สามารถไปจดทะเบียน สิทธิและนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ได้ บุคคลที่มีชื่อใน ภ.บ.ท. 5 อาจจะไม่ใช่เจ้าของที่ดิน และที่ดินอาจจะเป็นที่หวงห้ามที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิตาม ประมวลกฎหมายที่ดินก็อาจเป็นได้ การซื้อขายที่ดินที่มีเพียง ภ.บ.ท. 5 จึงเป็นการเสี่ยงภัยของผู้ซื้อเอง หากประสงค์จะซื้อที่ดินที่มีหลักฐาน ภ.บ.ท. 5 ควรให้ผู้ขายยื่นคำขอออกหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อพิสูจน์สิทธิก่อนว่าสามารถออก เอกสารสิทธิได้หรือไม่ หากสามารถออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินได้และขอออกเอกสารสิทธิ ในที่ดินตามหลักฐาน ภ.บ.ท. 5 เนื้อที่ที่คำนวณได้จากการรังวัดออกเอกสารสิทธิย่อมไม่ตรงกับเนื้อที่ที่ ระบุไว้ในหลักฐาน ภ.บ.ท. 5 ได้เพราะถือว่าเป็นที่ดินที่ไม่มีหลักฐานสำหรับที่ดิน ไม่เคยมีการรังวัดคำนวณเนื้อที่โดยกรมที่ดินมาก่อนแต่อย่างใด อีกทั้งการรังวัดออกเอกสารสิทธิที่ดินจะใช้วิธีการรังวัดทำแผนที่และคำนวณ เนื้อที่โดยใช้หลักวิชาการทางแผนที่ซึ่งจะมี มาตรฐานความละเอียดถูกต้อง การแจ้งเนื้อที่ตามหลักฐาน ภ.บ.ท.5 จึงเป็นการแจ้งของผู้ทำประโยชน์ในที่ดินโดยประมาณเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ ประจำปีเท่านั้น
คำถาม-คำตอบที่ควรรู้
ถาม 1.อยากทราบว่า ภ.ท.บ. 5 นี้สามารถเปลี่ยนเป็น ส.ค.1 หรือ น.ส.3 ได้หรือไม่
2. เปลี่ยนได้หรือไม่ได้เพราะอะไร ถ้าเปลี่ยนได้ควรทำอย่างไร?
ตอบ ภ.บ.ท. 5 เป็นแบบแสดงรายการที่ดินเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ ดังนั้น ที่ดินบริเวณดังกล่าวจึงเป็นที่ดินมือเปล่า ไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ และ จะสามารถออกเอกสารสิทธิได้หรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่สงวนหวงห้ามมิให้ออก เอกสารสิทธิหรือไม่ อย่างไร?
ถาม อยากทราบเรื่องการทำสัญญาซื้อขายที่ดิน น.ส.3 กับซื้อที่ดินที่มีใบ ภ.บ.ท.5 การทำสัญญาซื้อขายต้องทำ 2 ฉบับ หรือรวมกันได้ แล้วมีแบบฟอร์มในการซื้อขาย ดังกล่าวหรือไม่?
ตอบ สัญญาซื้อขายที่ดิน เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ดังนั้น คุณต้องทำความตกลงกันเอง อย่างไรก็ตาม น.ส. 3 เป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ ภ.บ.ท. 5 มิใช่เอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน การซื้อขายจึงทำได้เพียงการส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่กันเท่านั้น ไม่สามารถไปจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ได้
ถาม ซื้อที่ดินเพื่อปลูกยางพารา แต่ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์อะไรเลย มีเพียงใบเสียภาษีดอกหญ้า แต่มีการทำสัญญาซื้อขายที่บ้านกำนันมีพยานหลายคน ที่แปลงนี้ขายต่อมาหลายทอดแล้ว จึงกังวลว่าภายในอนาคตมีจะมีปัญหาตามมา และสามารถฟ้องศาลได้หรือไม่ และเวลาที่ขายก็ไม่ได้มีการวัด เพียงแต่ตกลงกันด้วยวาจาเท่านั้น
ตอบ ที่ดินมีเพียงใบเสียภาษียอนหลัง เป็นเพียงแบบชำระภาษีบำรุงท้องที่ไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ที่ดินอาจเป็นที่หวงห้าม ที่สาธารณะประโยชน์หรือที่ปีหรือเป็นที่ ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิ์ได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน การซื้อขายที่ดินที่มีเพียงแบบเสียภาษีบำรุงท้องที่จึงเป็นการเสียงของผู้ ซื้อเองควรให้เจ้าของขอออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินก่อน
ถาม ภ.บ.ท. คืออะไร แล้วสามารถซื้อที่ดินที่มีใบ ภ.บ.ท.5 ได้หรือไม่?
ตอบ ภ.บ.ท.5 เป็นเพียงแบบแสดงรายการเพื่อชำระภาษีท้องที่ไม่ใช่เอกสารสิทธิตามประมวล กฎหมายที่ดิน บุคคลที่มีชื่อใน ภ.บ.ท.5 อาจจะไม่ใช่เจ้าของที่ดินและที่ดินอาจจะเป็นที่หวงห้าม ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินก็อาจเป็น ได้ การซื้อขายที่ดินที่มีเพียง ภ.บ.ท.5 จึงเป็นการเสี่ยงภัยของผู้ซื้อ หากท่านจะซื้อที่ดินที่มีหลักฐาน ภ.บ.ท.5 ให้ยื่นคำขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อพิสูจน์ สิทธิก่อนว่าสามารถออกเอกสารสิทธิได้หรือไม่ หากท่านต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการนำ ภ.บ.ท.5 ไปออกโฉนดที่ดิน ขอให้สอบถามที่สำนักงานที่ดินทุกแห่ง
ถาม ใบ ภ.บ.ท. 5 นำมาขอออกโฉนดที่ดินได้หรือไม่?
ตอบ ภ.บ.ท. 5 สามารถใช้เป็นเอกสารประกอบในการขอออกโฉนดที่ดินได้ หากที่ดินดังกล่าวมิได้เป็นที่สงวนหวงห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดิน ภ.บ.ท.5 เป็นเพียงแบบแสดงรายการเพื่อชำระภาษีท้องที่ไม่ใช่เอกสารสิทธิตามประมวล กฎหมายที่ดิน บุคคลที่มีชื่อใน ภ.บ.ท.5 อาจจะไม่ใช่เจ้าของที่ดินและที่ดินอาจจะเป็นที่หวงห้าม ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินก็อาจเป็น ได้ การซื้อขายที่ดินที่มีเพียง ภ.บ.ท.5 จึงเป็นการเสี่ยงภัยของผู้ซื้อ หากท่านจะซื้อที่ดินที่มีหลักฐาน ภ.บ.ท.5 ให้ยื่นคำขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อพิสูจน์ สิทธิก่อนว่าสามารถออกเอกสารสิทธิได้หรือไม่ หากท่านต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการนำ ภ.บ.ท.5 ไปออกโฉนดที่ดิน ขอให้สอบถามที่สำนักงานที่ดินทุกแห่ง
ภ.บ.ท. คืออะไร แล้วสามารถซื้อที่ดินที่มีใบ ภ.บ.ท.5 ได้หรือไม่?
ภ.บ.ท.5 เป็นเพียงแบบแสดงรายการเพื่อชำระภาษีท้องที่ไม่ใช่เอกสารสิทธิตามประมวล กฎหมายที่ดิน บุคคลที่มีชื่อใน ภ.บ.ท.5 อาจจะไม่ใช่เจ้าของที่ดินและที่ดินอาจจะเป็นที่หวงห้าม ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินก็อาจเป็น ได้ การซื้อขายที่ดินที่มีเพียง ภ.บ.ท.5 จึงเป็นการเสี่ยงภัยของผู้ซื้อ หากท่านจะซื้อที่ดินที่มีหลักฐาน ภ.บ.ท.5 ให้ยื่นคำขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อพิสูจน์ สิทธิก่อนว่าสามารถออกเอกสารสิทธิได้หรือไม่ หากท่านต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการนำ ภ.บ.ท.5 ไปออกโฉนดที่ดิน ขอให้สอบถามที่สำนักงานที่ดินทุกแห่ง
ที่มา: กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย
วันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2553
เชียงคาน... กลางม่านฝน บนวิถีพุทธ
ทันทีที่มุ่งหมายว่าจะขอเดินทางมาพักผ่อนที่ "เชียงคาน" ในช่วงกลางฤดูฝนแบบนี้ คิดไว้ว่าคงจะเจอเชียงคานในความเงียบสงบ เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเลือกมาที่นี่ในช่วงฤดู หนาวเสียมากกว่า แต่สำหรับ"ตะลอนเที่ยว"แล้วการแสวงหาความสงบไม่พลุ่นพล่านด้วยผู้คนคลาคล่ำ ดูเหมือนจะเป็นจุดประสงค์หลักและการได้มาเยี่ยมเชียงคานช่วงฤดูฝนแบบนี้ | ||||
| ||||
น่าแปลกที่เวลาในกรุงเทพและที่เชียงคานเท่ากัน หากที่นี่กลับเหมือนเคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ เลือกมาเชียงคานหน้าฝนยังไม่พอยังมาในวันธรรมดาเสียด้วย ผู้คนที่นี่เลยบางตาเหมือนเชียงคานเป็นของเราแต่ผู้เดียว เรือนไม้ ที่เดี๋ยวนี้หันมาเปิดหน้าร้านค้าขายกันเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็มีเปิดบ้างปิดบ้าง แต่ร้านที่เปิดสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือคนเฝ้าหน้าร้านวัยล่วงเลยเข้าสู่วัย ผมสีดอกเลาแกมขาวหรือค่อนไปทางขาวโพลนหลายเจ้าทีเดียว นี่ก็จึงเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของเชียงคานกระมัง ที่มีคนรุ่นปู่ ย่า แสนใจดี มานั่งหน้าบ้านรอต้อนรับเราแบบนี้ | ||||
การเรียนรู้อย่างอย่างหนึ่งที่เห็น คือ ทุกคนอยู่กันอย่างสุขสงบ แม้การเดินทางมาถึงของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ก็ไม่ได้แปรเปลี่ยนอะไรกับผู้คนที่นี่มากนัก ใครเคยทำอะไรก็ทำ ใคร่ค้าอะไรก็ค้า เรียกได้ว่าอยู่กันอยากกลมกลืน ระหว่างของดั้งเดิมและเรียนรู้ที่จะอยู่คู่สิ่งใหม่ๆอย่างพอเพียง | ||||
ร้านรวงมากมายบนเส้นถนนชายโขง มีให้เอ่ยกันได้ไม่หมด แต่ละร้านก็ตั้งชื่อเก๋ไก๋เข้าบรรยากาศ อย่าง รักเลย จำเลยรัก เฮือนหลวงพระบาง ใช่เลย เป็นต้น แม้ช่วงถนนต้นสายถึงปลายทางจะไม่ยาวมาก แต่เชื่อเถอะว่าด้วยเสน่ห์แบบเชียงคาน จะทำให้คุณหลงรักเดินแล้วหยุด หยุดแล้วเดินเป็นวันๆ | ||||
นอกจากเรื่องของถนนสายคลาสสิกที่เต็มไปด้วยบ้านไม้เก่าแล้ว ถ้าไม่ได้เข้าวัดที่เชียงคานก็คงเหมือนเห็นเชียงคานไม่รอบตัว"ตะลอนเที่ยว"จึงมีโอกาสลัดเลาะไปตามวัดต่างๆ วัดแรกที่ไปคือ "วัดท่าคก" วัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นที่แม่น้ำโขงเว้นเข้ามาในแผ่นดิน หรือ วังน้ำวน ภาษาพื้นบ้านเรียกว่า คก มีตำนานกล่าวว่า บิดาของพระศรีอรรคฮาต และชาวบ้านช่วยกันสร้างวัดขึ้น เมื่อพ.ศ. 2395 ต่อมาพ.ศ.2410เมื่อพระยาศรีอรรคฮาต อายุได้ 41 ปี ได้สร้างโบสถ์วัดท่าคกขึ้น ด้วยป้องกันกลอุบายของฝรั่งเศสที่คิดจะมาเช่าผืนแผ่นดินสยามเท่าผืนหนังแต่ ตักเป็นริ้วได้ยาวมาก ที่เมืองเชียงคาน ไว้เพื่อไว้เก็บสินค้า เพื่อไม่ให้รุกล้ำพื้นที่เข้ามา จึงได้สร้างวัดท่าคกกันพื้นที่เอาไว้ และมาที่วัดซึ่งเป็นเสมือนวัดหลวงของคนเชียงคานอย่างวัด "ศรีคุณเมือง" อยู่ ที่ถนนชายโขง ซอย 7 ทางด้านเหนือของตลาดเชียงคาน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2485 วัดนี้เป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนาและล้านช้างดังจะเห็นได้จากโบสถ์ ซึ่งหลังคาลดหลั่นอย่างศิลปะล้านนา ศิลปวัตถุที่สำคัญมีหลายชิ้น เช่นพระพุทธรูปไม้จำหลัก ลงรักปิดทองปางประทานอภัยแบบล้านช้าง นอกจากนี้ในวัดยังมีธรรมาสน์แกะสลักไม้ ลงรักปิดทองทุกด้านที่พนักหลังมียอดคล้ายปราสาท ด้านหน้าโบสถ์มี ภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่เต็มหน้าบัน ภาพทั้งหมดเป็นภาพ นิทานชาดก ชุดพระเจ้าสิบชาติซึ่งวาดขึ้นใหม่แทนของเดิม | ||||
และกิจกรรมหนึ่งที่ "ตะลอนเที่ยว" หลงรักเชียงคานทวีคูณคือ การที่ได้ตื่นแต่เช้าตรู่ หาซื้อข้าวของมา "ใส่บาตร" พระ สงฆ์กัน ประเพณีดั้งเดิมของคนเชียงคานจะนิยมตักบาตรกันด้วยข้าวเหนียวเพียงอย่าง เดียวส่วนกับข้าวจะทำไปถวายวัดทีหลัง แต่ใครจะใส่บาตรแบบครบเครื่องเขาก็ไม่ว่ากัน ภาพที่เห็นพระสงฆ์เดินสงบงามเรียงแถวกันว่าแต่ไกล กับภาพการนั่งรอตักบาตรอยู่หน้าบ้านใครบ้านมันของคนเชียงคาน ที่ส่วนใหญ่เลยวัยเกษียณ เป็นภาพที่งดงามเกินคำบรรยายอิ่มอุ่นในความรู้สึกจริงๆ | ||||
| ||||
ลงจากเขาก่อนกลับเข้าเมืองก็แวะที่ "แก่งคุดคู้" เป็นแก่งหินใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง ช่วงโค้งของลำน้ำโขงพอดี ทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวไหลผ่านแก่ง เสียดายในหน้าน้ำแบบนี้ความงดงามถูกปกปิดไว้เสียมิด ช่วงเวลาที่เหมาะจะชมแก่งคุดคู้จึงต้องเป็น ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม | ||||
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * สอบถามข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติม ที่พัก ร้านอาหาร และการเดินทางสู่เชียงคานได้ที่ ททท. สำนักงานเลย โทร. 0-4281-2812 |
ที่มา http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000111370
วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553
การขโมยข้อมูลบัตรเครดิต (Skimming)
เนื่องจากช่วงนี้มีข่าวในวงการผู้ใช้บัตรเครดิตหลายท่านว่าถูกขโมยข้อมูลบนบัตรและมีรายการใช้จ่ายจากต่างประเทศเข้ามาในบัตรของตนเอง เบื้องต้นหากทุกท่านประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ อย่าตกใจครับเพราะทั้งบริษัท Visa และ Master Card รวมถึงAMEX,JCB นั้นมีกฎหมายครับว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นนั้นผู้รับผิดชอบคือธนาคารผู้ออกบัตร(Issuer Bank) ดังนั้นรายการพวกนี้จึงสามารถแจ้งปฏิเสธรายการ (Dispute Transaction) ได้ทุกรายการครับ โดยความเสียหายจะตกอยู่กับธนาคารผู้ออกบัตร(Issuer Bank) และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมากกว่าที่จะเกิดความเสียหายกับพวกเราซึ่งเป็นผู้ถือบัตร(Card Holder)
ข้อมูลถูกขโมยอย่างไร
คราวนี้เรามาดูกันว่าข้อมูลบนบัตรเรานั้นถูกขโมยไปอยู่ในมือพวกมิฉาชีพ(Fraud Gang) ได้อย่างไร
บัตรเครดิตที่แพร่หลายกันทั่วโลก ณ ขณะนี้จะเป็นแบบแถบแม่เหล็ก(Magnetic Stripe) เมื่อเรานำบัตรเครดิตไปใช้ไม่ว่าร้านค้าใด ๆ (Merchant) ก็ตามเรามีสิทธิ์ถูกคัดลอกข้อมูลไปได้ตลอดเวลา ซึ่งข้อมูลในแถบแม่เหล็กก็จะจัดเก็บทั้งข้อมูลลูกค้า เช่น ชื่อ เลขที่บัตร วันหมดอายุ และข้อมูลของธนาคารผู้ออกบัตร เช่น ชื่อธนาคาร ซึ่งเวลาที่ท่านไปใช้บัตรผ่านเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติ(EDC) ทางแก๊งค์ทุจริตก็จะ Copy ข้อมูลบนบัตรของท่านไว้ รวมถึง
การที่ท่านใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าบนเวบที่ไม่เป็นมาตรฐาน และบันทึกเลข 3 ตัวท้ายข้างหลังบัตรซึ่งมีชื่อเรียกว่า CVV2(Card Verification Value) ซึ่งเลขตัวนี้เป็นสูตรในการคำนวณค่าความถูกต้องของบัตร กล่าวคือเป็นสูตรที่จะใช้คำนวณค่าความถูกต้องของเลขที่บัตร 16 ตัว วิธี การขโมยข้อมูลตามร้านค้า หรือสถานบริการต่าง ๆ โดยเด็กที่เดินรูดบัตรตามร้านค้า ปั๊มน้ำมัน หรือร้านอาหารจะนำบัตรเราไปรูดที่เครื่องคัดลอกข้อมูล(Skimmer) ก่อนที่จะรูดกับเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติ EDC(Electronic Data Capture) และข้อมูลพวกนี้จะถูกเก็บไว้อาจจะ 1- 2 เดือน หรืออาจจะยาวนานถึง 1 ถึง.... ปี ตราบใดที่บัตรยังไม่หมดอายุข้อมูลพวกนี้ก็สามารถใช้ทำปลอมบัตรเครดิตได้และมีประกาศขายทั่วไป เช่น บนอินเตอร์เนต ตามตลาดมืด
ทำบัตรปลอมอย่างไร
ในตลาดจะมีบัตรที่ปลอมเหมือนบัตรจริงอยู่แล้ว ซึ่งบัตรพวกนี้ผลิตไม่ยากเพียงแค่มีเทคโนโลยีการพิมพ์ระดับหนึ่งก็สามารถทำได้ และบัตรปลอมพวกนี้จะพิมพ์ไว้สำหรับธนาคารที่ดัง ๆ เช่น Citibank,HSBC,
Bank Of USA,UOB, หรือแม้กระทั่งบัตรในประเทศ เช่น BBL,KTC,K-bank เมื่อมีบัตรปลอมง่าย ๆ บัตรปลอมก็จะทำหน้าที่เหมือนแผ่นDisk เมื่อใดก็แล้วแต่ที่มีข้อมูลบนบัตรมา Copy ลงไปก็จะสามารถนำบัตรไปใช้ได้ทุกร้านที่รับบัตรนั้น ๆ จึงเห็นได้ว่ารายการพวกนี้จะมาจากทั่วโลก พวกแก๊งค์ปลอมบัตรก็ใช้ไปเมื่อไหร่ใช้ไม่ได้ก็ทิ้ง แล้วก็หาบัตรใหม่ ๆ ใช้ต่อไป
แล้วผู้ใช้บัตรจะสามารถป้องกันได้อย่างไร
ป้องกันไม่ได้เพียงแต่สามารถใช้บัตรอย่างระมัดระวังได้ พวกทุจริตก็เหมือพวกก่อการร้ายที่มักใช้วิธีที่ใหม่ ๆ และรอเวลาเราเผลอ ธนาคารหรือสถาบันการเงินก็มักจะเดินตามหลังพวกนี้ 1 ก้าวเสมอ แต่เราก็พยายามเผ้าระวัง ดังนี้
1. ไม่ใช้บัตรในประเทศที่เสี่ยง(High Risk Country) เช่น มาเลเซีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น อินโดฯ เป็นต้น
2. สังเกตุพนักงานรูดบัตรเครดิตนำบัตรเราไปลับตานาน ๆ หรือการรูดบัตรผิดปกติหรือไม่
3. หมั่นตรวจสอบวงเงินคงเหลือในบัตรตัวเองบ่อย ๆ
4. หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อ Call Center ของธนาคารนั้น ๆ ทันทีเพื่อประสานการทำงานกับหน่วยงานป้องกันทุจริตบัตรเครดิต(Fraud Department) ซึ่งจะทำงานคล้ายตำรวจคอยตรวจสอบ และติดตามจับกุมกระบวนการทุจริตแกงค์ต่าง ๆ ทั้งในประเทศและในโลก
5. ร้านค้าเสี่ยงในประเทศไทย ปั๊มน้ำมันรูปดาวย่านพัฒนาการ ห้างสรรพสินค้าด้านคอมพิวเตอร์ย่านประตูน้ำ ผับชื่อดังย่านทองหล่อ ห้างสรรพสินค้าไฮโซย่านสยาม
ด้วยความปรารถนาดีจาก Thailand People Tribune
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=193158
วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
อาหารต้องห้าม3อย่างของสุนัข
แต่ก็มีผู้เลี้ยงบางกลุ่มนิยมให้อาหารสุนัขตามแต่ความต้องการของตนเอง โดยผู้เลี้ยงเข้าใจผิดว่า สุนัขมีความต้องการ และความสามารถในการกินได้เช่นเดียวกับคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความคิดที่ผิด อาหารที่คุณให้อาจย้อนกลับมาทำอันตรายถึงชีวิตแก่สุนัขแสนรักของคุณได้
อาหารต้องห้าม 3 อย่างของสุนัข ที่ผู้เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงไม่นำมาให้สุนัขกินได้แก่
กระดูกไก่ ปลา
หากไม่จำเป็นคุณไม่ควรให้กระดูกไก่ ปลา ให้เจ้าสุนัขของคุณกินโดยเด็ดขาด แม้ว่าเจ้าสุนัขของคุณจะชื่นชอบอาหารเหล่านี้เพียงใด เพราะ กระดูกไก่ ก้างปลา อาจแตกหักระหว่างที่สุนัขขบเคี้ยวสร้างมุมแหลม และความแหลมนี่เองอาจทิ่มแทงทำอันตรายสุนัขของคุณได้ ผู้เลี้ยงหลายคนให้เหตุผลในการให้อาหารเหล่านี้แก่สุ นัขว่า ต้องการให้แคลเซียมแก่สุนัข ซึ่งความจริงแล้วผู้เลี้ยงสามารถให้เม็ดแคลเซียม หรือนมอุ่นๆแก่สุนัขแทนได้
ทั้งนี้หมายรวมถึงอาหารที่มีลักษณะเป็นของมีคมขนาดเล ็กอื่นๆ เช่น ส่วนหางของกุ้ง เพื่อนของผู้เขียนเคยสูญเสียสุนัขจากกรณีดังกล่าวมาแ ล้ว เนื่องจากไปเที่ยวทะเลซื้ออาหารทะเลมารับประทานที่บ้ าน พอเหลือก็นำมาให้สุนัขกินอย่างไม่รู้เท่าทัน ผลปรากฏว่าสุนัขกินส่วนหางของกุ้งเข้าไปติดคอเสียชีวิต
หัวหอมและกระเทียม
ไม่ควรให้สุนัขรับประทานในปริมาณมาก เพราะหัวหอมและกระเทียม มีส่วนประกอบของกำมะถันอยู่มาก เพราะฉะนั้นไม่เหมาะแก่การผสมในอาหารให้กับเจ้าตูบ เนื่องจากว่า สารกำมะถันนี้จะทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงของเจ้าสุนัข จะทำให้โรคโลหิตจาง และโรคเลือดไหลไม่หยุดได้
ช็อคโกแลต
หลายคนเคยให้ช็อคโกแลตกับสัตว์เลี้ยงของท่าน โดยไม่รู้ว่าช็อคโกแลตเหล่านี้ส่งผลร้ายต่อสุนัข สาเหตุเพราะช็อคโกแลตมีส่วนประกอบของสารชนิดหนึ่งชื่ อว่า theobromine ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับ สารพวก caffeine(ซึ่งมีในพวกกาแฟ โกโก้) สาร theobromine นี้เมื่ออยู่ในร่างกายมันจะมีฤทธิ์หลายอย่าง แต่ที่เห็นเด่นๆชัด คือ จะกระตุ้นให้มีการหลั่งสารที่เรียกกันว่า adrenaline ซึ่งสารตัวนี้จะมีผลทำให้หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก ถ้ากินมากๆอาจถึงขั้นเป็นพิษได้จะทำให้เกิด อาการ อาเจียน ท้องเสีย หายใจถี่ ฉี่บ่อย กระวนกระวาย และในที่สุดก็ถึงตายได้ มีรายงานในสุนัขบอกว่า ในสุนัขที่น้ำหนักไม่เกิน 5 กก. กินเข้าไปแค่ 400 มก. ก็สามารถแสดงความเป็นพิษได้ การที่สุนัขค่อนข้างจะไวต่อความเป็นพิษของ theobromine นั้นเป็นเพราะว่าร่างกายของมันไม่สามารถที่จะกำจัด theobromine ออกจากร่างกายได้รวดเร็วเหมือนกับสัตว์ชนิดอื่น ตามปกติช็อคโกแลตที่ขายในท้องตลาด ถ้าเป็นแบบหวานจะมี theobromine อยู่ประมาณ 1.5 มก ต่อ ซีซี แต่ถ้าเป็นแบบไม่หวานจะมีประมาณ 13 มก. ต่อ ซีซี
ที่มา : www.bloggang.com
วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
เทคนิคเปิดพัดลม-แอร์ให้ประหยัดพลังงาน
ในช่วง ที่อากาศร้อนรุ่มบวกเข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองร้อนแรง สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ไขข้อข้องใจของการใช้งานเครื่อง ปรับอากาศและพัดลม เพื่อให้แนวทางการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า เริ่มจากพัดลมที่มีใช้กันทุกครัวเรือน ลองสังเกตดี ๆ พัดลมแต่ละตัวจะมีฉลากบอกว่ากินกระแสไฟฟ้ากี่วัตต์ ส่วนมากจะอยู่ตรงฐานด้านล่าง หรือ ด้านบนตรงฝาครอบมอเตอร์แล้วแต่ผู้ผลิตจะติดไว้ตรงไหน
กรณีที่ ปรับพัดลมตั้งโต๊ะหรือแบบตั้งพื้นที่ให้ส่ายไปส่ายมา และหยุดอยู่กับที่นั้น หลายคนสงสัยว่าอย่างไหนกินไฟมากกว่ากัน คำตอบคือไม่ต่างกัน แต่ที่ต่างกัน "พัดลมติดเพดาน" จะกินไฟมากกว่าพัดลมตั้งโต๊ะ เพราะใบพัดมีขนาดใหญ่และยาวกว่า ใบพัดเป็นเหล็กและหนัก มอเตอร์ต้องใช้แรงในการหมุนมากย่อมกินไฟเพิ่มตามไปด้วย
ส่วนพัดลมที่มี 3 ใบ กับ 4 ใบพัด ถ้าขนาดวัตต์และขนาดใบพัดเท่ากันชนิดไหนจะเปลืองไฟมากกว่าและแบบไหนได้ลม มากกว่า เฉลยเลยว่า 4 ใบพัดจะได้ลมมากกว่า เพราะมีพื้นที่ต้านลมมากกว่า และต้องใช้แรงมากกว่า ซึ่งค่าไฟก็สูงกว่า ส่วนการเลือกความแรงในการเปิดพัดลมสูงก็ย่อมสิ้นเปลืองไฟมากขึ้นเท่านั้น
สำหรับการใช้เครื่องปรับอากาศให้ประหยัดไฟมีข้อแนะนำว่า ไม่ควรเปิดพัดลมระบายอากาศขณะเปิด เครื่องปรับอากาศ เพราะเมื่อมีการระบายอากาศออกจากห้อง จะมีอากาศในปริมาณเท่ากันไหลเข้ามาในห้อง เพื่อทดแทนอากาศส่วนที่ถูกระบายทิ้งออกไป อากาศภายนอกที่ไหลเข้ามาแทนที่ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น กินไฟเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้อากาศร้อนจากภายนอกที่เข้ามาเย็นลงจนเท่ากับอากาศภายในห้อง
เวลาเปิดเครื่องปรับอากาศควรปิด ผ้าม่าน จะช่วยลดการแผ่รังสีความร้อนจากภายนอกเข้ามาสู่ตัวคนโดยตรงได้ และยังช่วยการแผ่รังสีความร้อนจากผิวกระจกมาสู่ตัวคนด้วย ทำให้ไม่ต้องตั้งอุณหภูมิต่ำกว่าปกติเพื่อชดเชยการแผ่รังสีความร้อนจึงช่วย ประหยัดพลังงานได้
นอกจากลดการแผ่รังสีความร้อนมาสู่ตัวคนแล้ว ผ้าม่านยังช่วยสะท้อนความร้อนกลับออกไปภายนอกได้ด้วย (ถึงแม้จะไม่มากนัก) เท่ากับช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง และระหว่างเปิดเครื่องปรับอากาศควรปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็น เพราะหลอดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้ามีความร้อนออกมาทำให้เครื่องปรับอากาศไม่เย็น
หากต้องการความรู้ เรื่องอนุรักษ์พลังงาน พลังงานทดแทนเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่
สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงาน ม.เชียงใหม่
โทร. 0-5394-2007 ในวันเวลาราชการ
www.erdi.or.th
ที่มา www.dailynews.co.th
ภาพ
www.mysolarshop.co.uk
http://img2.timeinc.net
www.best-air-conditioner-reviews.com