วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2552

Harddisk เจ้ง เพราะอารายกันนี่

เมื่อหลายวันก่อน harddisk เสียซะนี่ โหข้อมูลมหาศาลเลยครับท่าน เก็บมานานโขอยู่
ใครมีข้อมูลสำคัญ แนะให้เก็บไว้ใน e-mail ก็ดีนะครับ จัดไว้เป็นหมวดหมู่ แน่นอนล่ะว่าผมต้องใช้ gmail ในการเก็บข้อมูล
มาดูกันว่ามีเหตุการใดบ้าง ที่ข้อมูลสําคัญของเราจะล่องลอยไปกับแผ่นจานแม่เหล็กอัจฉริยะตัวนี้

10 ลางบอกเหตุ Harddisk ใกล้ตาย

ว่ากันว่าผู้ใช้บางท่านรู้สึกแย่มาก ๆ ที่อยู่ดี ๆ ฮาร์ดดิสก์สุดที่รักก็จากไปอย่างไม่หวนคืน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นมันมีสัญญาณเตือนให้ทราบอยู่ตลอดเวลา แต่ก็หาได้สังเกตไม่ ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็จะไม่มีนิสัยรักการแบ็คอัพ ประเภทรักเดียวใจเดียวไม่สำรองข้อมูลไว้ที่อื่นกันบ้างเลย

ประเด็นที่อยากจะเตือนผู้ใช้ก็คือ อย่ามั่นใจเทคโนโลยีมากเกินไป ควรสังเกตุสังการมันบ้าง ต่อไปนี้คือ ลางบอกเหตุสำหรับฮาร์ดดิสก์ที่ใกล้ตาย ซึ่งมีอยู่ 10 ข้อด้วยกัน อ่านเรื่องนี้จบแล้วลองพิจารณาดูด้วยนะครับว่า ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้อยู่มีอาการตามนี้บ้างหรือไม่

1. เสียงดังติ๊กๆ อย่านึกว่าเป็นเข็มนาฬิกา : ฮาร์ดดิสก์ทุกตัวในโลกนี้ไม่เคยติดตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ข้างใน และถ้ามันเป็นปกติดีก็ไม่ควรจะมีเสียงดังติ๊กๆ ให้ชวนระทึกขวัญด้วย เสียงดังที่ว่านี้ ถ้าจะให้พิจารณากันอย่างละเอียดคุณต้องเอาหูแนบกับฮา ร์ดดิสก์ว่าเสียงมาจากส่วนใด เพราะการวิเคราะห์หาสาเหตุจะทำได้ตรงจุดจริง ๆ ถ้าเสียงมาจากตรงกลางให้สันนิษฐานว่ามาจากชุดขับเคลื ่อนมอเตอร์ที่อาจเกิดความผิดพลาดหรือชำรุดขึ้น แต่ถ้าเสียงดังมาจากรอบ ๆ นอกในรัศมีของกล่องฮาร์ดดิสก์ ให้สันนิษฐานว่าปัญหามาจากหัวอ่านติดขัด ซึ่งอาจจะกำลังเคาะกับแผ่นจานอยู่ก็เป็นได้ ตรงนี้อันตรายมากเพราะทำให้ข้อมูลเสียหายได้ทั้งลูกเ ลย

2. ไฟดับบ่อยๆ ไม่ดีกับฮาร์ดดิสก์ : เครื่องคอมพ์ที่ไม่มี UPS มีโอกาสเสี่ยงที่อุปกรณ์ภายในจะเสียหายเร็วขึ้นถ้าหา กมีไฟดับบ่อย ๆ โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์นั้น เวลาที่ไฟฟ้าดับอย่างรวดเร็วหัวอ่านข้างในอาจจะยังไม ่กลับสู่บริเวณที่ปลอดภัย หรือบางทีหัวอ่านอาจจะไปกระแทกกับแผ่นจานในช่วงที่ไฟ ฟ้ากระชากขึ้นมาทันที ซึ่งไม่เป็นผลดีแน่ นอกจากนี้หากไฟตกบ่อย ๆ แล้วดับลงก็ไม่เป็นผลดีเช่นกัน เพราะฮาร์ดดิสก์จะพยายามทำงานตามหน้าที่หากมีกำลังไฟ เพียงพอ แต่ถ้าในระหว่างนั้นไฟค่อยๆ ตกลงและดับไป ตำแหน่งของหัวอ่านจะยังไม่กลับที่เดิมแน่ ดังนั้น ควรติดตั้ง UPS ไว้จะปลอดภัยทั้งฮาร์ดดิสก์เองและอุปกรณ์ทั้งหมดด้วย เช่นกัน

3. เครื่องแฮงก์บ่อยๆ : ปัญหาเครื่องคอมพ์ค้างนั้น มีหลายสาเหตุครับ นอกจากซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ Error แล้ว อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ก็สามารถทำให้เครื่องค้างหรือหยุดนิ ่งไม่ไหวติงได้เช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ ฮาร์ดดิสก์ นั่นเอง ทำไมฮาร์ดดิสก์ถึงค้างได้ เป็นคำถามที่ตอบได้ไม่ยากครับ อย่างแรกเลยก็คือ กำลังไฟที่จ่ายไม่เพียงพอ ถ้าเครื่องของคุณมีอุปกรณ์ต่อพ่วงมาก มีฮาร์ดดิสก์และไดรฟ์ออปติคอลหลายตัว แต่เพาะเวอร์ซัพพลายใช้ของราคาถูก จ่ายไฟไม่พอ แบบนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ฮร์ดดิสก์ค้างได้เลย และอย่างที่สองมาจากอุปกรณ์ภายฮาร์ดดิสก์ในทำงานผิดพ ลาด ซึ่งตรงจุดนี้ตัวระบบปฏิบัติการเองสามารถส่งผลต่อเนื ่องมายังฮาร์ดดิสก์ได้โดยตรง เพราะยังไงเสียระบบปฏิบัติการก็เก็บอยู่ในฮาร์ดดิสก์ นั่นเอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับส่วนหนึ่ง ย่อมส่งผลไปยังส่วนที่เหลือได้ไม่ยาก

4. ทำไมมันร้อนเร็วจัง : หลังจากที่คุณเปิดสวิตช์เครื่องคอมพ์ได้ไม่นาน และพบว่าฮาร์ดดิสก์ของคุณมีอุณหภูมิขึ้นสูงอย่างรวดเ ร็วจนน่าตกใจ แต่ยังคงทำงานต่อไปได้ ให้ตั้งข้อสันนิษฐานถึงความผิดปกติที่พบขึ้นมาทันที อย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะฮาร์ดดิสก์จะร้อนขึ้นเมื่อมีการเริ่มเขียน-อ่าน ข้อมูลอย่างจริงๆ จังๆ แค่เปิดเครื่องแล้วอยู่ๆ ก็ร้อนขึ้นขนาดนี้ไม่ดีแน่ครับ อาการที่ว่านี้มาจากอุปกรณ์ภายในโดยตรงที่ส่งความร้อ นออกมา มอเตอร์อาจได้รับแรงดันไฟมากเกินไปหรือไม่เสถียรพอจน ทำงานผิดพลาด นอกจากนี้หากมีชิ้นส่วนในแผงวงจรเกิดชำรุดเสียหายขึ้ นมาก็สามารถแสดงอาการแบบนี้ได้เช่นกัน

5. โปรแกรมค้างบ่อยๆ : สำหรับโปรแกรมที่กำลังพูดถึงนี้ ผมเหมารวมไปถึงระบบปฏิบัติการด้วยนะครับ เวลาที่คุณเปิดโปรแกรมสักตัวขึ้นมาแล้วมันหยุดนิ่งหรือค้างไปเฉยๆ นั้น หนึ่งในข้อสันนิษฐานที่อยากให้ทุกท่านได้ใส่ใจก็คือ ปัญหาที่ว่าอาจมาจากฮาร์ดดิสก์โดยตรง ถ้าฮาร์ดดิสก์ของคุณมีแบดเซกเตอร์ (Bad Sector) กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งฮาร์ดดิสก์ ผมกล้าฟันธงได้เลยว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โปรแกรมห รือแม้แต่ระบบปฏิบัติการค้างได้ เป็นสัญญาณเตือนภัยที่คุณสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชั ดเจนที่สุด

6. ไฟติด แต่ไฟล์ดับ! : ถ้าคุณต่อสายสัญญาณไฟแสดงสถานะของ ฮาร์ดดิสก์ในเมนบอร ์ดถูกต้อง หลอด LED ด้านหน้าเคสต้องแสดงอาการให้เห็นเวลาที่มีการเขียนอ่ านข้อมูลเกิดขึ้น หลอดไฟดวงเล็ก ๆ นี้ช่วยให้คุณสังเกตความผิดปกติของฮาร์ดดิสก์ได้เช่น กัน ยกตัวอย่าง ถ้าในระหว่างที่มีการเขียนข้อมูลหรือไฟล์ลงฮาร์ดดิสก ์ หลอดไฟย่อมกะพริบอยู่ตลอด แต่หลังจากคุณกลับเข้าไปดูข้อมูลที่เขียนหรือโอนถ่าย ลงไปกลับพบว่าทุกอย่างว่างเปล่า ไม่มีอะไรถูกเขียนลงไปในฮาร์ดดิสก์เลย แล้วทำไมหลอดไฟถึงได้กะพริบแบบนั้น ตรงนี้บอกอะไรเราได้บ้าง อย่างแรกเลยคือ เกิดความผิดพลาดในระดับโครงสร้างการจัดเก็บไฟล์ ปัญหาที่ว่านี้อาจมาจากระบบ FAT หรือแม้แต่โครงสร้างพาร์ทิชันเสียหาย ไฟที่กะพริบแสดงถึงการโอนข้อมูลไปยังตำแหน่งของเซกเต อร์ที่ใช้เก็บข้อมูล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเขียนลงไปได้สำเร็จจริงๆ ยิ่งถ้าคุณปิดหน้าจอไว้ในระหว่างที่มีการโอนไฟล์ใหญ่ ๆ หลอดไฟที่กะพริบอาจทำให้คุณเข้าใจว่าระบบกำลังทำงานอยู่ ตรงนี้ถ้าไม่เปิดดูหน้าจอจะไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

7. ฮาร์ดดิสก์ตีกลอง : สำหรับอาการที่ว่านี้มีความแตกต่างจากข้อที่ 1 โดยสิ้นเชิง ถ้าคุณได้ยิ้นเสียงรัวกลองดังกึกก้องมาจากฮาร์ดดิสก์ และไม่ยอมหยุดซักที อาการแบบนี้บอกได้อย่างเดียวว่ามันจะขอลาแล้วละครับ เสียงดังที่คล้ายกับการตีกลองนั้นมาจากหัวอ่านไปกระท บกับจานอย่างจัง หรือแม้แต่หัวอ่านเลื่อนหลุดออกจากตำแหน่งล็อก จนไปกระกบกับแผ่นจาน ถ้าเป็นแบบนี้ข้อมูลทั้งหมดในอาร์ดดิสก์อาจได้รับควา มเสียหายจนถึงขั้นกู้ไม่ได้เลย ดังนั้น ถ้าเสียงกลองเพิ่งเริ่มรัวให้คุณรีบพาฮาร์ดดิสก์ไปซ่ อมด่วนเลยนะครับ!

8. สแกนดิสก์ไม่ผ่าน : การตรวจสุขภาพฮาร์ดดิสก์ที่คุณ สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ก็คือ สแกนมันให้ทั่วทั้งจาน ไม่ว่าคุณจะใช้บริการจากยูทิลิตีบนวินโดวส์เอง หรือโปรแกรมจากเธิร์ดพาร์ตี้ก็ตาม หากสแกนไม่ตลอดรอดฝั่งแล้วละก็ ให้ตั้งข้อสันนิษฐานได้เลยว่าฮาร์ดดิสก์กำลังมีปัญหา เกิดขึ้น สาเหตุก็มีทั้งโครงสร้าง FAT เสียหาย รวมถึงตารางพาร์ทิชันที่อาจเสียหายด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ หากฮาร์ดดิสก์มีแบดเซกเตอร์ ตรงจุดสำคัญๆ ก็จะส่งผลให้การสแกนฮาร์ดดิสก์ตรงตำแหน่งพื้นที่นั้น ๆ ไม่ผ่านด้วยเช่นกัน หรือแม้แต่ค้างนิ่งไปเลยก็มีให้เห็นด้วย

9. สั่งดีแฟรกแต่ไม่ฉลุย : ดีแฟรก หรือการจัดเรียงข้อมูลหรือไฟล์ที่ไม่ต่อเนื่องซึ่งกร ะจัดกระจายอยู่ทั่วฮาร์ดดิสก์ให้กลับมาเป็นระเบียบร้อยเหมือนเดิม เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วให้ก็จริง แต่ถ้าการดีแฟรกไม่ผ่านฉลุยหรือไม่ยอมจบสิ้นซักทีล่ะ ปัญหาจะมาจากไหนได้ นอกจากฮาร์ดดิสก์นั่นเอง ถ้าคุณพบอาการที่ว่านี้ในระหว่างการดีแฟรกฮาร์ดดิสก์ นั้น เป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ถึงสุขภาพฮาร์ดดิสก์ของคุณเริ ่มไม่ดีแล้ว ความเป็นไปได้ของปัญหามีอยู่สองอย่างครับ อย่างแรกมาจากตัวอุปกรณ์เองที่อาจชำรุดเสียหาย และอย่างที่สองมาจากโครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมู ลเกิดความเสียหายในระดับซอฟต์แวร์ ตรงนี้เราไม่สามารถใช้การดีแฟรกมาช่วยได้นอกจากต้องส ร้างพาร์ทิชันและฟอร์แมตโครงสร้าง FAT ขึ้นมาใหม่

10. สร้างพาร์ทิชันไม่ได้ : สัญญาณอันตรายในข้อสุดท้ายนี้ค่อนข้างรุนแรงครับ ถ้าคุณเผอิญกำลังประสบอยู่ละก็ ขอบอกเลยว่าอาจจะต้องทำใจเอาไว้ด้วย ถ้าอาการที่ว่านี้เกิดกับฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่แกะกล่องค งไม่ต้องซีเรียสอะไร เพราะยังไงก็เคลมได้ชัวร์ๆ แต่ถ้าเป็นฮาร์ดดิสก์ที่หมดประกันไปแล้วล่ะ สิ่งที่คุณต้องเรียนรู้เวลาที่ไม่สามารถสร้างพาร์ทิช ันขึ้นมาได้เลย ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมใดๆ ก็ตาม การตีความหมายไม่ควรอยู่ในวงแคบๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์พังแน่ ๆ หรือมันเพิ่งหล่นมาใช้ไหมนี่ ปัญหาอาจจะมาจากแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์เสียหาย ซึ่งหากคุณหาอะไหล่ที่เป็นรุ่นเดียวกันมาถอดเปลี่ยนเ ข้าไปใหม่ ก็สามารถใช้งานฮาร์ดดิสก์ได้แล้ว แต่ถ้าแผ่นจานเสียหายละก็

ข้อมูลได้มาจาก http://forums.overclockzone.com/forums/showthread.php?t=423954

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2552

เรื่อง พริก พริก

เมื่อวานซืนดูรายการของ True vision รายการหนึ่งเขาท้าประลองความเผ็ดของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน
แต่จำไม่ได้ว่าพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกคือพริกชนิดไหน เลยลองค้นหาจากพี่กูเกิ้งเลยได้ความว่า..

ความจริงแล้วพริกมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ นักโบราณคดีค้นพบพริกในหลุมศพของชาวเปรูยุคก่อนประวัติศาสตร์ ราว ๖,๕๐๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช และคาดว่าชาวพื้นเมืองอเมริกาใต้เริ่มปลูกพริกเป็นพืชสวนครัวเมื่อราว ๖,๐๐๐ ปีก่อน พริกจึงเป็นเครื่องเทศที่เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่งของโลก

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าร่างกายของเราจะปลดปล่อยสารเอนดอร์ ฟินออกมาต่อสู้กับความเจ็บปวดแสบร้อนที่ได้รับจากพริก สารเอนดอร์ฟินนี้ทำให้เรารู้สึกมีความสุขอย่างอ่อน ๆ เหตุนี้เองบรรดาผู้หลงใหลพริกจึงหวนกลับมาแสวงหาความเผ็ดครั้งแล้วครั้งเล่า

ความเผ็ดของพริกเกิดจากสารเคมีชื่อว่า แคปไซซิน (capsaicin) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติจำพวกอัลคาลอยด์ หากเราลองเอาเม็ดพริกมาผ่าครึ่งซีก จะเห็นเนื้อเยื่อแกนกลางสีขาวภายใน หรือที่เรียกว่า "รกพริก" บริเวณนี้เป็นส่วนที่มีสารแคปไซซินอยู่มากที่สุด จึงเป็นส่วนที่เผ็ดที่สุดของพริก ขณะที่ส่วนเปลือก เนื้อพริก และเมล็ดมีสารแคปไซซินอยู่น้อย จึงไม่ตรงกับที่คนทั่วไปมักคิดว่าเมล็ดคือส่วนที่เผ็ดมากที่สุดของพริก
มาดูกันเลยพริกเผ็ดสุดๆ
พริกชี้ฟ้า (Cayenne) เป็นพริกที่เผ็ดปานกลาง ระดับ ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ หน่วยสโควิลล์

พริกขี้หนู (Thai Bird Pepper) ของไทย แม้เม็ดเล็กแต่ก็เผ็ดร้อนแรงและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จัดเป็นพริกที่มีความเผ็ดในลำดับต้น ๆ ของโลก ในระดับ ๑๐๐,๐๐๐-๓๕๐,๐๐๐ หน่วยสโควิลล์ เทียบเท่ากับพริกสกอตช์บอนเนต(Scotch Bonnet) ในประเทศแถบทะเลแคริบเบียน และพริกจาเมกา (Jamaica Hot) ของประเทศจาเมกา

พริกฮาบาเนโร (Habanero) ที่มีความเผ็ดถึง ๒๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ หน่วยสโควิลล์ นิยมปลูกมากแถบคอสตาริกา เม็กซิโก รวมทั้งที่เทกซัสและแคลิฟอร์เนียในอเมริกา ผลค่อนข้างกลมสีส้มจัดจ้าน ขนาดประมาณนิ้วครึ่งเท่านั้น เมื่อแก่เต็มที่จะมีรสเผ็ดร้อนที่สุด

พริกเรดซาวีนา ฮาบาเนโร (Red Savina Habanero) พริกซึ่งได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่ และปลูกมากแถบแคลิฟอร์เนียของอเมริกา ขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกับพริกฮาบาเนโร แต่มีสีแดงสด จึงเป็นพริกที่เผ็ด สวย ดุ เพราะมีความเผ็ดถึง ๕๘๐,๐๐๐ หน่วยสโควิลล์

พริกบุตโจโลเกีย (Bhut Jolokia) ถูกเรียกขานในหมู่คนท้องถิ่นว่า "พริกผี" ใช่แล้ว มันคือพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน ศาสตราจารย์พอล บอสแลนด์ แห่งสถาบันพริก มหาวิทยาลัยแห่งมลรัฐนิวเม็กซิโก เป็นผู้ทดสอบและพบว่าบุตโจโลเกียมีความเผ็ดถึง ๑,๐๐๑,๓๐๔ หน่วยสโควิลล์

ข้อมูลจาก http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=907

อยากลองกินพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกจังเลย...

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2552

หันมาใช้ Linux กันดีกว่า

ปีนี้ว่าจะทำ Linux server ซักตัว เนื่องจากว่าที่บริษัทต้องการจะเปลี่ยนเป็น software open source ก็เลยอยากจะลองทำซักตัว เอาล่ะมาเริ่มลองศึกษากันดีกว่าว่ามันทำอะไรได้บ้าง
1. ทำเป็น server
2. ทำเป็น share file / printer
3. ทำเป็น DHCP Server
4. ทำเป็น Database Server
5. ทำเป็น VPN
6. ทำเป็น Proxy server
7. Mail Server
8. ไม่ต้องเสียเงินซื้อ software (สำคัญสุด)
9. โอ้ยเยอะแยะไปหมด

ลองมาดูสายพันธ์ต่างๆของ Linux

http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_Linux_distributions

Linux Distribution (ต่างประเทศ)
RedHat Linux (www.redhat.com) เป็นลีนุกซ์ที่ได้รับนิยมมากสุดในปัจจุบัน
Feroda (fedoraproject.org) เป็นลีนุกซ์ฟรีโดยจากค่าย RedHat
Mandrake Linux (www.mandriva.com) เป็นลีนุกซ์สายพันธ์ฝั่งเศส ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Mandriva
Slackware Linux (www.slackware.com) เหมาะสำหรับทำเซิร์ฟเวอร์
SuSE Linux (www.suse.com) เป็นลีนุกซ์สัญชาติเยอรมัน นิยมกันมากในแถบยุโรป ปัจจุบันบริษัท Novell take over ไปแล้ว
openSUSE > www.opensuse.org พัฒนามาจากต้นแบบ SUSE ที่ยังคงเป็นของฟรีต่อไป
CentOS (www.centos.org) พัฒนามาจาก RedHat , การติดตั้ง
Debian Linux (www.debian.org) เป็นลีนุกซ์ที่น่าใช้งานอีกตัวหนึ่ง
Ubuntu linux (www.ubuntu.com) เป็นลีนุกซ์พัฒนามาจาก Ubuntu คาดว่าจะถูกนำมาพัฒนาต้นแบบของ Linux TLE, Linux-SIS

Linux (ไทย)
Linux-SIS > สำหรับทำอินเทอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์ในโรงเรียน (Linux SIS : Linux School or Small Office Internet Server) พัฒนาโดยทีมงานเนคเทค (download)
Linux TLE > ลีนุซ์ทะเลเหมาะสำหรับทำงานด้าน Desktop (Thai Language Extension) พัฒนาโดยทีมงานเนคเทค (คู่มือใช้งาน) (download)
Burapha Linux > เป็นลีนุกซ์ที่พัฒนาโดยทีมงานมหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี
Grand Linux > สร้าง Linux เพื่อการค้า
Liberta Linux > ลีนุกซ์แถมเมื่อซื้อพีซียี่ห้อลิเบอร์ต้า
Phayoune Linux > ลีนุกซ์เน้นด้านความปลอดภัย
Knopix Linux > รันลีนุกซ์จาก CD ไม่ต้องใช้ HDD
Easy-app > AMtech Server Solution สร้าง Linux เพื่อการค้า
Thai Extension > โครงการฟอนต์ไทยสำหรับลีนุกซ์
Suriyan Linux > ลีนุกซ์ที่พัฒนาโดยทีมงานซีป้า, Suriyan development site (download)
Hospital OS >โปรแกรมที่ใช้ในการบริหารโรงพยาบาล รองรับการทำงานทั้งในส่วนของ OPD และ IPDโดยการสนับสนุนจาก ชมรมข้อมูลข่าวสารทางการแพทย์และสาธารณสุขไทย มูลนิธิสาธารสุขแห่งชาติ

ข้อมูลรายละเอียดมากกว่านี้ลองเข้าไปดู http://www.arnut.com/linux/

จริงๆแล้วบริษัทมีมี training เกี่ยวกับ Linux ประจำ แต่ไม่เคยว่างเลย เหอะๆ
ลองศึกษาตามเวบด้านล่างนะครับ
http://linux.thai.net/
http://www.thaislack.com/main.php
http://phst.ph.mahidol.ac.th/Linux/
http://learners.in.th/blog/mrgill/213261
http://www.thaiadmin.org/board/index.php?board=31.0

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2552

Heat Cycle ?????

เคยได้ยินข่าวเรื่อง Heat Cycle ก็เลยลองถามพี่กูเกิ้ง และหาข้อมูลได้ดังข้างล่างครับ

เมื่อต้นเดือนกรกฏาคม 2551 ที่ผ่านมี มีข่าวลือหนาหูเกื่ยวกับข้อผิดพลาดในการออกแบบ/ผลิตชิพของบริษัท Nvidia ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการชิพการ์ดจอ ซึ่งส่งผลต่อชิพเกือบทุกรุ่นที่ Nvdia ผลิต ไม่ว่าจะเห็นการจอ, ชิพเซ็ต, ชิพ Wireless ซึ่งข่าวลือครั้งนี้ส่งผลให้หุ้นของ Nvidia ตกเป็นประวัติการ

และจาก บทความใน theinquirer ซึ่งส่งทีมงานศึกษาเรื่องราวข้อเท็จจริง และนำมาเผยแพร่สรุปได้ว่า ชิพทุกตัวที่ใช้กระบวนการผลิตแบบ ASICs ซึ่งอยู่ในรุ่นเดียวกับ G84 และ G86 (Geforce 8400 series และ Geforce 8600 Series) จะมีปัญหาในการทำงานของตัวชิพเกิดขึ้น เมื่อมีการใช้งานไปได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

สาเหตุของปัญหามีที่มาจาก การที่ตัวชิพผ่าน ความร้อน->ความเย็น->แล้วกลับมาร้อน (เรียกว่า Heat Cycle) จนมีจำนวนครั้ง Heat Cycle ถึงระดับหนึ่ง ดัวชิพนั้นจะเกิดปัญหาขึ้นภายในส่งผลให้การทำงานของตัวชิพผิดพลาดอย่างร้าย แรง รวมทั้งอาจจะทำให้ตัวชิพหยุดการทำงานไปเลยก็ได้


ในบทความยัง รายงานอีกว่าปัญหาของชิพ Nvidia จะพบมากในชิพรุ่น GF8400M Series และ GF8600M Series ทั้งนี้เนื่องมาจากชิพทั้งสองตัวนิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลายใน Notebook ซึ่งประเด็นสำคัญอยู่ที่การทำงานของ Notebook นั่นเอง เนื่องจาก Notebook มีลักษณะการออกแบบให้เน้นประหยัดพลังงาน ดังนั้นจึงมีระบบตัดการทำงานของพัดลมเมื่อความร้อนลดลง และพัดลมจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อมีความร้อนสูงขึ้น ตรงจุดนี้เองส่งผลให้ชิพการ์ดจอทั้ง 2 รุ่นดังกล่าว มีจำนวนครั้ง Heat Cycle มากกว่าชิพของ Nvidia รุ่นอื่นๆ ส่งผลให้มียอดของ Notebook ที่ใช้ชิพรุ่นดังกล่าวเสียเป็นจำนวนมาก

หาจากเวบนี้ครับ
http://www.pantip.com/tech/hardware/topic/HP2624849/HP2624849.html

ไรหว่า "เมพขิงๆ"

ขอไร้สาระหน่อยนะ
ไปอ่านเวบนึงเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีคนๆนึงโพสว่า "เมพขิงๆ" ก็เลยสงสัยมันคืออะไรหว่า
เป็นเรื่องเลย มันคือคำว่า "เทพจริงๆ" คือคนเก่งสุดยอดๆ
แล้วก็บังเอิญไปเจอเวบนี้เข้า uncyclopedia เวบไร้สาระนุกรม อ่านแล้วยิ่งฮาเข้าไปอีก
เฮ้อ คนเราก็มีอะไรๆตลกๆอยู่เรื่อยๆนะ
สรุปเวบนี้เอาไว้ สำหรับสารานุกรมที่ไร้สาระ แต่จะว่าไปแล้วก็มีประโยขน์บางเรื่องนะ

ฮาวันละนิดจิดแจ่มใจนะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2552

10 อุปนิสัยที่ไม่ควรแสดงในที่ทำงาน

ลองอ่านดูครับ น่าสนใจ ไว้ปรับไปใช้ในการทำงาน จะทำได้กี่ข้อดีนะ...

ถ้าคุณไม่อยากกลายเป็นคน น่ารำคาญ ในสายตาเพื่อนร่วมงานหรือแย่หน่อยก็ของเจ้านาย และถ้าคุณไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาที่ใครๆ ก็แอบหัวเราะเยาะทุกครั้งที่คุณเดินผ่าน ทั้งๆ ที่คุณก็ไม่ได้ทำตัวเลวร้ายอะไรนี่นา งั้น! ลองหันมามองตัวเองอีกครั้งสิว่า ตัวคุณเองมีนิสัยแบบนี้หรือเปล่า

1.จะพูดจาปราศัยกับใคร...คุณระมัดระวังแค่ไหน

บางครั้งคนเราก็มีหลุดคำพูดที่ไม่เหมาะไม่ควร เวลาคุยกับคนอื่นบ้าง แต่สำหรับคุณ มันเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหนถ้าเกิดขึ้นแทบทุกครั้งก็ไม่ใช่หลุดแล้วคุณต้องกลับมา พิจารณาตัวเองดูว่า คุณเป็นคนปากเสียที่ชอบพูดจาไม่เข้าหูใครใช่ไหม

2. นินทาแหลก

อันนี้ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า คงห้ามไม่ได้ แต่ถ้านินทาคนอื่นจนเสียหายหลายแสนเรื่องไม่ต้องถึงหูคนที่คุณนินทาหรอกคน ที่คุณกำลังเม้าท์แตกให้ฟังนั่นแหละ เค้าจะรังเกียจจนกระทั่งเอาไปพูดให้คนอื่นรู้กันทั่วทีนี้ใครอยากจะคบกับคุณ ก็แปลกหล่ะ

3. ชอบลืมกระเป๋าสตางค์

อะไรจะขี้ลืมขนาดนั้นนะ ตอนลงไปกินข้าวด้วยกันก็ลืมกระเป๋าสตางค์ตอนได้แจกซองผ้าป่าก็ลืม เวลาเพื่อนยืมเงินก็ลืมอีก ที่สำคัญเวลายืมเงินคนอื่นก็ยังชอบลืมคืน นิสัยแบบนี้ไม่ดีอย่าทำล่ะ

4. ประจบประแจง เลียแข้งเลียขา

นิสัยแบบนี้สังเกตตัวเองได้จาก คุณชอบจับผิดเพื่อนร่วมงานแล้วเอาไปเล่าให้เจ้านายฟังหรือเปล่าหรือบางทีก็ แกล้งพูดขึ้นมาเสียงดังให้เจ้านายได้ยินเมื่อใครมาทำงานสายประมาณว่า “อ้าว! รถติดเหรอจ๊ะเธอแหมแต่ฉันโชคดีรีบออกมาเลยมาถึงตั้งแต่ 7 โมงเช้า”

นอกเหนือจากนั้นก็คือ รอกินข้าวพร้อมเจ้านายทุกวันไม่ว่าเขาจะชอบกินกับคุณหรือไม่และรีบกุลีกุจอ เข้าไปช่วยถือของทุกครั้งที่เจ้านายมาถึงทั้งที่มีแฟ้มบางๆ แค่อันเดียว มันออกจะนอกหน้านอกตาไปหน่อย ว่าไหมรับรองได้ว่าคุณจะกลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่ใครๆ ต่างรังเกียจเข้าไส้แต่จะได้ดิบได้ดีหรือเปล่าไม่ขอยืนยัน

5. ขาด ลา มาสาย บ่อยๆ เกินหน้าเกินตาคนอื่น

ด้วยเหตุผลสารพัด ไม่ว่าจะเป็นรถติด รถตาย หรือว่าท้องเสีย ไม่สบายมีธุระกระทันหัน ถ้านานๆ ทีก็คงไม่มีอะไรเสียหายหรอก แต่สายบ่อยๆใครจะเชื่อคุณล่ะ

6. เจ้าอารมณ์ หรือเอาแต่ใจตัวเอง

อันนี้เป็นพื้นฐานส่วนตัว คุณอาจต้องใช้เวลารักษาหน่อยแต่หากคุณดื้อดึงหรือไม่สนใจกับนิสัยตรงนี้ของ คุณก็ขอบอกว่าเกิดผลเสียกับตัวคุณเต็มๆ และจะมีหลายคนได้รับผลกระทบอันนั้นแน่นอนเพื่อนร่วมงานก็คงเข้าหน้าไม่ติด และยิ่งถ้าคุณเป็นเจ้าคนนายคนด้วยแล้ว
ลูกน้องก็คงไม่ค่อยชอบหน้าคุณเท่าไหร่นัก

7. ชอบเอาปัญหาส่วนตัวมาเที่ยวปรึกษาให้เพื่อนร่วมงานฟัง

เรื่องนี้ดูเหมือนไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้าคุณทำบ่อยๆนอกจากจะเสียงานเสียการได้แล้วคนอื่นก็คงไม่ค่อยอยากคุยกับคุณเท่าไหร่นัก
ต้องแบ่งแยกให้ดีระหว่างเรื่องส่วนตัวกับงาน

8. แอบเอางานนอกมาทำ

ก็ประมาณว่ารับจ็อบกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์ แล้วเผอิญเดดไลน์คุณต้องส่งให้ทันก็เลยหอบมาทำที่ทำงาน ใช้คอมพิวเตอร์ เครื่องซีร๊อกซ์
กับปริ๊นเตอร์ที่ทำงานเสร็จสรรพ ของอย่างนี้ไม่มีคำอธิบายนอกจากจะบอกว่ามันไม่เหมาะไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง

9. ชอบทำเหมือนกับตัวเองเหนือกว่าคนอื่น

ชอบดูถูกผู้อื่นเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรคุณเป็นต้องดีเด่นกว่า และวาจาของคุณช่างน่าหมั่นไส้ ดูเหมือนว่าใครๆก็ดีได้ไม่เท่าคุณ แม้ว่าคุณจะมาจากตระกูลที่ดีขนาดไหนจบจากสถาบันที่ชื่อเสียงโด่งดังจากแห่ง ใดแต่ถ้าไม่เรียนรู้ที่จะเข้ากับคนอื่นได้คุณก็ยังเป็นแค่คนที่ยังหลงอยู่ใน ยุคนางทาสนั่นแหละ

10. แข็ง ไม่ยอมใคร

ถ้าคุณมีนิสัยแบบนี้แล้วไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ล่ะก็คุณอาจจะเป็นผู้ เปลี่ยนงานบ่อยๆ ได้บางครั้งคุณก็ต้องปล่อยบางสิ่งบางอย่างให้มันผ่านพ้นไปบ้างแล้วให้กาล เวลาเป็นผู้ตัดสินว่าสิ่งที่คุณคิดนั้นถูกต้อง

ครบสิบข้อแล้ว มีข้อไหนที่สะดุดใจบ้างไหมว่าช่างเหมือนตัวคุณเสียเหลือเกิน แต่ถ้ายังมองไม่เห็นอยู่ล่ะก็คุณก็คงจะเกินเยียวยาแล้วล่ะหากอยากทำงานด้วย ความสุขสบายใจทั้งตัวคุณเองและเพื่อนร่วมงานต้องมองหาข้อบกพร่องของตัวเอง และหาทางแก้ไขแล้วล่ะ

ได้มาจากเวบนี้ครับ
http://women.kapook.com/work00167/

ทำไงให้ เวลาของเครื่อง Client ให้หมือน Server

พอดีว่าเครื่องที่ผมดูแลอยู่แต่ละเครื่องเวลาไม่เคยตรงกันเลย แล้วจะทำไงดีล่ะ นี่ไงล่ะพบแล้ว
ลองทำดูครับ

เข้า cmd แล้วพิมพ์ net stop w32time ก่อนครับ
เข้า regedit ครับ แล้วตามนี้ครับ
-HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\W32Time\Parameters
ทาง ขวามือที่ NtpServer ให้ใส server ที่เป็น ntpserver เช่น clock.nectec.or.th,0x1 (0x1 นี่คืออะไรก็ไม่ทราบได้ รอท่านผู้รู้มากล่าวต่อไป )หรือ ntpserver อื่นๆ
ที่ Type ก็เปลี่ยนเป็นNTP หรือ NT5DS ........ NTP คือเครื่องไม่ได้ join domain ส่วน NT5DS คือเครื่องที่ join domain
แค่นี้ครับ
จากนั้นเข้า cmd อีกที แล้ว พิมพ์ net start w32time
เวลาที่เครื่อง client join domain ก็ให้ run script .bat โดยใช้คำสั่ง net time \\server2003 /set /yes

พอดีได้มาจาก thaiadmin.org