วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วิธีดูแผ่น Verbatim แท้ / ปลอม ดูกันยังไง

ปัจจุบันลูกค้านิยมซื้อแผ่นคุณภาพสูงกันมากขึ้น แผ่น Mitsubishi และ Verbatim เป็นหนึ่งในแผ่นคุณภาพสูงที่ลูกค้านิยมใช้ เมื่อสินค้าราคาสูงย่อมมีการปลอมแปลง วันนี้ผมจึงบอกวิธีง่าย ๆ ในการดูแผ่น Mitsubishi และ Verbatim ครับ

เล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่อง Mitsubishi และ Verbatim ที่หลายคนสงสัยว่า 2 ยี่ห้อนี้เกียวอะไรกัน
บริษัท Verbatim ก่อตั้งในสหรัฐ อเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1969 ในยุคเริ่มแรกของอุตสาหกรรม IT
ในปี ค.ศ. 1985 ได้ถูก Kodak ซื้อไป
และปี ค.ศ. 1990 บริษัท Mitsubishi Chemical Corporation ก็ไดเข้า้ซื้อ Verbatim

ณ ปัจจุบัน Verbatim มีสถานะเป็นบริษัทลูกของ Mitsubishi Chemical Corporation สินค้าที่จำหน่ายคือ สื่อบันทึกข้อมูล CD, DVD, BD และ Flash Memory แผ่น Verbatim ขายดีในยุโรบและมียอดขายเป็นอันดับ 1 ของโลก

การตรวจสอบแผ่น Mitsubshi และ Verbatim เบื้องต้นเราจะดู MID code ซึ่ง MID code คือ Media Identification Code เป็นรหัสของแผ่นเพื่อให้เครื่องไรท์รู้ว่าแผ่นตัวนี้ผลิตจากโรงงานไหน และความเร็วที่ไรท์ได้เท่าไหร่บ้าง


MID code ของแผ่น Mitsubishi และ Verbatim ใช้โปรแกรม Nero CD-DVD Speed ดูก็ได้ หรือโปรแกรม DVD Identifier ในการดู MID code

ตัวอย่าง:
MCC02RG20 เป็นแผ่น DVD-R 8X
MCC003 เป็นแผ่น DVD+R 8X
MCC03RG20 เป็นแผ่น DVD-R 16X
MCC004 เป็นแผ่น DVD+R 16X

ซึ่งการดู MID code เหล่านี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น และความน่าเชื่อถือจะมีไม่มาก เนื่องจากโรงงานผลิตสามารถกำหนด MID code ได้ เราจึงขอแนะนำให้ดู Stamper ID ของแผ่นดีกว่า ซึ่งตรงนี้การปลอมแปลงจะทำไม่ได้ และถ้าแผ่นใดที่ MID code เป็นของ Verbatim แต่ Stamper ID ไม่ใช่ นั่นคือแผ่น Fake Verbatim หรือแผ่น Verbatim ปลอมนั่นเอง คุณภาพก็จะต่ำกว่าของแท้เป็นอย่างมาก

การดู Stamper ID ที่แผ่น
Stamper ID จะติดอยู่กับแผ่น ให้สังเกตุเวลาที่เราหงายด้านบันทึกข้อมูลขึ้นมาดู ในส่วนของวงในจะมีตัวเลข / ตัวอักษร ที่สะท้อนแสงขึ้นมา ตรงนั้นคือ Stamper ID

Stamper ID ของแผ่น Verbatim
รหัส ZC........ สำหรับแผ่น CD-R

* แต่ในขณะนี้ (ปี 2010) แผ่น Verbatim CD-R ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ Stamper ของ Verbatim แล้ว เนื่องจากทาง Verbatim ไปใช้ Stamper ของ CMC Magnetics แทน นัยว่าอาจจะไม่คุ้มทุนในการทำ Stamper การเลือกซื้อแผ่น CD-R ของ Verbatim ควรเลือกซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้เท่านั้น

รหัส ZD....-DVR-.... หรือ ZE....-DVR-.... สำหรับแผ่น DVD-R, DVD+R
Stamper ตัวนี้สำหรับแผ่น Mitsubishi, Verbatim DVD-R 8X, DVD+R 8X, DVD-R 16X, DVD+R 16X, DVD-R 16X Digital Movie, DVD+R 16X Digital Movie รวมถึงรุ่น Printable

และในบางรุ่นอย่าง Verbatim รุ่นที่ผลิตในญี่ปุ่นจะใช้ Stamper ID เป็น GG..... / GH..... ของ Taiyo Yuden แทน และ MID code จะใช้เป็น TYG03 (สำหรับแผ่น DVD-R 16X) และ YUDEN000 T03 (สำหรับแผ่น DVD+R 16X)

รูปตัวอย่าง Stamper ID



การดูแผ่น Mitsubishi และ Verbatim เบื้องต้นเพียงเท่านี้ก็ทำให้ท่านสามารถตรวจสอบแผ่นที่อยู่กับท่านได้ว่า เป็นของแท้หรือเปล่า แต่การเลือกร้านที่จำหน่ายแผ่นนั้นสำคัญกว่า เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบด้วย MID code หรือ Stamper ID ต้องซื้อแผ่นมาก่อนถึงจะแกะดูได้ ซึ่งกว่าจะรู้ว่าเป็นของปลอมก็ซื้อมาแล้ว การเลือกซื้อสินค้าควรเลือกซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้เท่านั้น

สำหรับ DVDR2U ลูกค้ามั่นใจได้ว่าเราจำหน่ายแผ่น Mitsubishi และ Verbatim ของแท้ทุกรายการ


สงวนลิขสิทธิ์ โดย ปณิธิ รุ่งเรืองบางชัน
อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ต่อได้ แต่ต้องลิงค์มาที่ http://www.dvdr2u.com/article/verbatim

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การทำงานของ try catch และ finally ใน .NET

try
{
// 1 - ทำตามปกติ
}
catch ("ชนิดException" "ชื่อตัวแปลที่รองรับException")
{
// 2.1 - ทำเมื่อ เกิด Exception ตามชนิดที่เขียนไว้
}
catch ("ชนิดException" "ชื่อตัวแปลที่รองรับException")
{
// 2.2 - ทำเมื่อ เกิด Exception ตามชนิดที่เขียนไว้
}
finally
{
// 3 - ทำหลังจากสิ้นสุดภายใต้ Try หรือ Catch ใดๆ โดยไม่ว่า จะเกิด Exception หรือไม่ ?
}


ตัวอย่าง


Object oItem = null;
try
{
oItem
.ToString();
}
catch (NullPointerException exNull)
{
MessageBox.Show("Error : " + exNull.Message);
}
catch (Exception exAll)
{
MessageBox.Show("Error : " + exAll.Message);
}
finally
{
oItem
= "Hello World";
}


จากตัวอย่างคือ พอเข้า Try และถึงคำสั่งที่ oItem.ToString(); นั้น จะเกิด NullPointerException เนื่องจาก oItem เป็น Null อยู่ จึงไม่สามารถเรียก Method ใดๆ ได้

นั่นคือจะเข้า catch (NullPointerException exNull) ครับ และสิ่งที่มันทำต่อจากนั้นคือ MessageBox.Show("Error : " + exNull.Message); และพอจบภายใน catch นี้ ก็จะเข้าไปทำต่อใน Finally นั่นก็คือ oItem = "Hello World";

แต่ถ้าตัวอย่างนี้


Object oItem = "Hello";
try
{
int.Parse(oItem.ToString());
}
catch (NullPointerException exNull)
{
MessageBox.Show("Error : " + exNull.Message);
}
catch (Exception exAll)
{
MessageBox.Show("Error : " + exAll.Message);
}
finally
{
oItem
= "Hello World";
}


จะเหมือนกับตัวอย่างด้านบนครับ แต่รอบนี้ จะเข้า Exception ใน catch (Exception exAll) ครับ เนื่องจากไม่มี NumericException มารองรับ ครับ



สรุปนะครับ นั่นคือ ทุกอย่างที่โปรแกรมจะ Execute ใน Try นั้น หากเกิดการผิดพลาด Exception สิ่งที่จะทำต่อไปคือ มันจะวิ่งไปหา Catch Exception ที่ตรงกับชนิดของ Exception ที่เกิดขึ้นก่อน หากไม่มี มันจะวิ่งไปหา catch (Exception) เป็นสิ่งสุดท้ายครับ


และหากจบการ execute ใน catch หรือ try เสร็จ หากมี finally ต่อหลังรออยู่ มันก็จะทำในนั้นต่อครับ

ที่มา http://www.narisa.com/forums/index.php?showtopic=27855

10 เว็บไซต์สอนเขียน JavaScript

สำหรับใครที่กำลังต้องการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมภาษา และกำลังหาเว็บหรือหาหนังสือช่วยสอนอยู่ วันนี้ผมก็เลยมี Tutorials สอนการเขียน มาฝากครับ ซึ่งมี 10 เว็บด้วยกัน ซึ่งหนึ่งใน 10 เว็บไซต์ที่ผมนำมาแนะนำนั้น ก็มี 1 เว็บที่ผมเคยเข้าไปอ่านประจำสมัยที่หัดเขียนโปรแกรมใหม่ๆ ประมานว่าไม่รู้เลยว่าภาษาไหนเขาใช้เขียนเพื่อนงานลักษณะไหน ก็เรียนมัวกันไปหมดจนสับสนเลย 555+ นั้นก็คือ เว็บ http://www.w3schools.com ซึ่งผมก็ศึกษาการเขียนโปรแกรมบนเว็บ (Web Programming) ภาษาต่างๆ มาจากเว็บนี้แหละครับ ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดเว็บนี้เปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1999) ซึ่งผมเข้าก็อ่านบทเรียนต่างๆ มาจากเว็บนี้ เพราะแต่ก่อนไม่มีตังค์ซื้อหนังสือมาอ่านเอง (ตอนนี้ก็ไม่มี 555+) แน่นอนว่าเว็บเหล่านี้เป็นเนื้อหาภาษาอังกฤษ ก็ลองเข้าอ่านเข้าศึกษากันดูครับ ที่สำคัญเว็บเหล่านี้ไม่มีกั๊ก เนื้อหาแน่นอน

  1. http://www.w3schools.com/
  2. http://www.tutorialized.com/
  3. http://www.javascriptkit.com/
  4. http://www.htmlgoodies.com/
  5. http://www.echoecho.com/
  6. http://www.tizag.com/
  7. http://www.pageresource.com/
  8. http://www.howtocreate.co.uk/
  9. http://www.yourhtmlsource.com/
  10. http://javascript.about.com/

ที่มา : clickonpost.com

โซนี่เตรียมยกเลิกการผลิต Floppy Disk แล้ว

โซนี่ผู้ผลิตแผ่น Floppy Disk กว่าร้อยละ 70 ของตลาดเตรียมที่จะยกเลิกการผลิตในเดือนมีนาคมปี 2011 แล้ว เนื่องจากความจุของมันในตอนนี้ไม่เพียงพอกับขนาดของซอฟต์แวร์ที่มีขนาดที่ ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมากและยอดขายที่ลดลงในญี่ปุ่นจาก 47 ล้านแผ่นในปี 2002 ลดลงฮวบฮาบเหลือเพียง 12 ล้านแผ่นในปี 2009 (รำลึกความหลังกันต่อได้ที่หน้าใน)

ย้อนไปในปี 1981 โซนี่ได้ยกเลิกการผลิตแผ่นขนาด 5.25 นิ้ว แล้วผลิตขนาด 3.5 นิ้ว ด้านเดียว (ผู้เขียนไม่ทราบความจุ) จนถึง 3.5 นิ้ว ขนาด 1.44 MB สองด้าน (High Density : HD) ที่ยังเห็นกันอยู่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งในตอนนั้นได้รับความนิยมมากเพราะมีขนาดที่เล็กลง ความจุที่สูงขึ้นและราคาไม่แพง ในเวลาต่อมาก็เริ่มพัฒนาให้มีความสูงขึ้น (SuperDisk) จากเดิมเป็น 2.88 MB จนถึง 200 MB เลยทีเดียว แต่เนื่องจากความจุที่มีอยู่อย่างจำกัดมาก อายุการใช้งาน รอบของการเขียน/ลบ/เขียนทับ ความแน่นอนและคงทนของข้อมูลลงในสื่อ สุดท้ายแล้วก็มาพ่ายให้กับ CD-R/RW ที่ตัว Writer โผล่ในช่วงเวลานั้นพอดี จึงเป็นที่นิยมเพราะความจุสูงกว่ามาก เขียน/อ่านข้อมูลได้เร็วกว่าและหาซื้อแผ่นราคาถูกได้ง่ายไม่แพ้กัน ทำให้ความนิยมในตัว Floppy Disk ลดลงเป็นอย่างมาก และตัว Zip Disk ที่ออกมาในช่วงที่ไล่เลี่ยกันก็ถึงกับขายไม่ออกเลยทีเดียวเพราะไม่เป็นที่ แพร่หลายนั่นเอง ในปี 1998 มีเพียงสองเจ้าเท่านั้นที่ชิงตัดไดร์ฟออกจากเครื่องเดสก์ทอปก่อนรายอื่นคือ Apple ที่นำไดร์ฟออกจาก iMac ซึ่งทำให้บางคนก็บ่นกันขรมว่าจะใช้สื่อบันทึกตัวใดแทน และในเวลาต่อมาก็มี Dell ทำตามในปี 2003 โดยตัดออกจากมาตรฐานการผลิตเลย

นอกเรื่อง
ยังจำสมัยเด็กๆ กันได้อยู่ไหมว่า ความจุของแผ่น 3.5 นิ้ว ขนาด 1.44 MB นี้ถ้าอยากจะเพิ่มความจุของมันให้เท่ากันกับขนาด 2.88 MB ก็ไปเล่นที่ Drive Space ของ Windows 98 เพื่อลองขยายมัน (แต่ถ้าลองคัดลอกไฟล์ที่บีบอัดข้อมูลลงไปอย่าง Zip ขนาดไฟล์ของมันจะเป็นสองเท่า) ประโยชน์ในตอนนี้เท่าที่ผู้แปลเห็นได้ก็คือการทำแผ่นบู๊ต หรือทำแผ่นสำหรับแฟลชไบออสแบบอัตโนมือ แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยแผ่น CD เรียบร้อยแล้ว และในวงการ Midi ก็ยังใช้ในการบันทึกไฟล์เสียงประเภทนี้อยู่ (ขนาดไฟล์เล็กมาก) ซึ่งนับวันจะถูกทดแทนด้วย Flash Drive เป็นการค่อยๆ ปิดม่านของ Floppy Disk ในยุคนี้ ตามรอย Jaz Drive และ Zip Disk

ที่มา http://www.blognone.com/node/16041

วิธี ทำ แผ่นอัพเดท MV KaraOK ใช้กับโปรแกรม All in one karaok

หลายท่านคงรู้จักโปแกรมคาราโอเกะกันดีอยู่แล้ว แต่บางท่านก็บอกว่าไม่ค่อยถึงใจเพราะเสียงเพลงที่ร้องมันเป็นเสียง มิดิ นิ๊ง หน่อง ๆ ไม่เพราะเหมือนกับเพลงจริง เลยหันหน้าไปเล่นพวก MV KaraOK กันจากเครื่องเล่น แต่ก็ต้องมาเสียเวลากดหาเพลงกดเปลี่ยนแผ่น บางทีหาแผ่นไม่เจออีกต่างหาก สงสัยเก็บดีจัดเก็บจนหาไม่เจอ
เลยเปลี่นมา ใช้โปรแกรมที่เป็นพวก All in one karaok พวกนี้ตัวโปรแกรมเองสามารถเล่น MV KaraOK ได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะเอาเพลงMV ที่เรามีอยู่ใส่ไปดื้อแล้วมันจะเล่นให้เราจ้องมีการปรับแต่งกันนิดหน่อย เมื่อได้แล้วก็ก๊อปไปใส่ไว้ในโฟลเดอร์ C:\WinkaraX\Songs\VIDEO\VCD แล้วค่อยทำ Lister เพลงให้มันรู้จักเพลงใหม่ที่เราเอาใส่เข้าไป คราวนี้หากมีหลายเพลงแล้วจะต้องลงหลายเครื่อง ซึ่งเจ้าของแต่ละเครื่องก็ร้องเพลงคนละแนว หรือชอบกันไปคนละเพลง จะง่ายกว่าไหมหากเราทำเป็นแผ่นอัพเดท ที่มีเมนูสวยๆ และสามารถเลือกลงเป็นเพลงๆ หรือลงเฉพาะนักร้องที่ชอบได้ แผ่นที่เขาทำมามันเหมือนบังคับให้เราลง คือลงทีเดียวเอามาหมดทุกเพลงที่เขาทำมา ซึ่งบางเพลง ไม่ใช่แค่ร้องไม่ได้ แต่ไม่รู้จักเลยก็มี แล้วจะลงไว้ทำไมให้มันรกเครื่อง

หน้าตาเมนูติด ตั้งที่เราจะทำกัน (มันก็โปรแกรม WPI นั่นแหละ )



เลือกเพลงแล้วกด เริ่มติดตั้ง



เริ่มติดตั้งให้เราแล้ว

อันนี้ที่ผมทำเล่นๆไว้ สองเพลง เพื่อเป็นตัวอย่างให้ท่านได้เห็น เพื่อจะได้นึกภาพออก สวยไหมครับ


ออก จะหลายขั้นตอนสักนิด หากท่านใดสนใจวิธีทำก็ตามลงไปอ่านได้เลยครับ ผมจะพยายามบอกขั้นตอนให้ละเอียด เท่าที่ผมจะนึกได้

โปรแกรมที่เราจะ ใช้ มีดังนี้
1 Note pad ที่มากับวินโดว์
2 Winrar
3 WPI
ขั้น ตอนอาจจะหลายขั้นตอนหน่อยนะครับ บางท่านอาจจะบอกว่ายุ่งยากแต่หากจับจุดมันได้แล้วก็ไม่ถึงขั้นยุ่งยากสัก เท่าไหร่ เพราะหากคิดถึงเวลาที่ต้องลงหลายๆเครื่องแล้วต้องมานั่งเลือกลงโดยก็อปไปใส่ ทีละเพลงแล้วผมว่าน่าจะยุ่งยากกว่า


ขั้นตอนแรก การเตรียมเพลงที่จะใช้
1 ให้ก็อปเพลงที่ท่านต้องการจะทำลง HDD เอาไว้ก่อนครับ



2 มีแต่เพลงก็ยังใช้ไม่ได้ ต้องมีไฟล์ Lister ที่จะทำให้โปรแกรมรู้จักเพลงของเราอีกครับ เป็นไฟล์ *.snf ก็ก็อปมาไว้ที่เดียวกันซะ
3 แล้วทำการเปลี่ยนชื่อ ไฟล์เพลง MV KaraOK ที่เป็นนามสกุล *.DAT และ ไฟล์ *.snf ให้เป็น ชื่อตัวเลข 4 ตัวก็ได้จับเป็นคู่ๆกันไป



จะทำกี่เพลงก็ทำเป็นคู่เท่าจำนวนเพลงของเรา
จะให้ดี เปิด note pad ก็อปชื่อเพลงชื่อศิลปิน ที่เราเปลี่ยนไปเป็นตัวเลขไว้ด้วยก็ดี เวลาทำต่อไปจะได้ไม่งง
อย่างในภาพ จะมีไฟล์ 1008.DAT กับ 1008.SNF
ผมก็จะก็อปทำลิสไว้ว่าเพลง 1008 เป็นเพลงอะไรของศิลปินคนไหน
4 แล้วก็เริ่มทำเพลย์ลีสเตอร์ โดยการปรับแต่งไฟล์ *.SNF ให้เป็นของเพลงที่เป็นคู่ของมัน
ไปที่ไฟล์ *.SNF คลิ๊กขวา เลือก EDIT ภายในไฟล์ SNF เป็นแบบนี้



[SongInfo]
CODE=1007
ตรงนี้เป็น โค้ดเพลงที่จะใช้ในโปรแกรม คาราโอเกะ ให้เปลี่ยนให้ตรงกับ ไฟล์ MV ที่เราเปลี่ยนชื่อไว้ในตอนแรก
TYPE=VIDEO
SUB_TYPE=VCD
ALBUM=1
TITLE= คนล่าฝัน
เปลี่ยนให้เป็นชื่อเพลงให้ตรงกับเพลงที่เราเปลี่ยน MV Karaok ไว้
KEY=Cm
TEMPO=0
ARTIST_TYPE=F
ตรงนี้จะเป็นกำหนดว่าเป็น เพลงผู้ชาย หรือ ผู้หญิง F เท่ากับ ผู้หญิง M เท่ากับผู้ชาย ไม่ปรับก็ได้ปล่อยไป
ARTIST=คาราบาว
เปลี่ยนให้เป็นชื่อศิลปิน ให้ตรงกับเพลงที่เราเปลี่ยน MV Karaok ไว้
AUTHOR=1
RHYTHM=1
CREATOR=1
COMPANY=1
LANGUAGE=DEFAULT
YEAR=0
VOCAL_CHANNEL=RIGHT
FILE_NAME=1007.DAT ตรงนี้คือจะให้มันไปเปิดเพลงไหน อันนี้คือให้ไปเปิด 1007.DAT
START_TIME=0
STOP_TIME=0



จบแล้วก็ SAVE
เมื่อได้ครบดังนี้ หากใครจะใช้ก็อปปี้ ไปใส่เองเลยก็ได้ครับ ก็ให้ก็อปไปวางไว้ที่ C:\WinkaraX\Songs\VIDEO\VCD ใส่ไว้ตาม Sub Folder ที่เป็นตัวเลข 1 – 9 ได้เลยครับ

อันที่จริงมัน มีโปรแกรมทำไฟล์ lister ที่เป็น *.SNF นะครับ แต่ผมชอบทำแบบดิบด้วยตัวเอง เลยไม่ใช้โปรแกรมมาช่วย แต่ท่านใดจะใช้โปรแกรมช่วยก็ตามสบายนะครับ

ขั้น ตอนที่สอง เตรียมไฟล์ ไปใช้ทำเมนู
1 ใช้ Winrar ทำไฟล์ 1008.DAT และ 1008.SNF ให้เป็นไฟล์ *.EXE แบบ Self Extrack ( SFX ) โดย



คลิ๊กขวา เลือก Add to archive



ติ๊กตรง Create SFX archive
กำหนดปลายทางที่เราจะ แตกไฟล์ไปไว้ โดย



ไปที่ tab advance เลือก SFX Option



กำหนดปลายทางที่เราจะแตกไฟล์เป็น C:\WinkaraX\Songs\VIDEO\VCD\1
1 เท่ากับ sub folder ที่เราจะให้มันไปอยู่

เมื่อเสร็จแล้วเราจะได้ไฟล์ 1008.exe มา




ขั้น ตอนที่สาม คือการสร้าง เมนูในการติดตั้งให้กับมัน โดยโปรแกรม WPI
(ตรง นี้ก็ขออนุญาต แนะนำการใช้งานโปรแกรม WPI ในแบบที่ผมเล่น โดยสังเขป จริงๆมันมีตัวโปรแกรมช่วยในการ คอนฟิค ค่าของโปรแกรมมันเองอยู่ที่ Tools ของมัน คือเปิดโปรแกรมกดตรงคอนฟิค แต่ผมชอบเข้าไปแก้กันจะๆ ไม่ต้องใช้ตัวช่วย ผมว่าง่ายกว่า
1 เปิด Folder WPI เราจะเห็นดังในรูป



2 ก๊อปปี้ไฟล์ Winrar SFX ที่เป็น 1008.exe ไปไว้ที่ INSTALL



3 เปิดโฟลเดอร์ WPISCRIPTS แล้วคลิ๊กขวาที่ไฟล์ config เลือก edit ตามรูป

นี่คือ ภายในของ Config.js มันจะกำหนดค่าต่างของโปรแกรม WPI
//---------------------------------------------------------------------------------------------
// Reference ... prog[0] won't be used. It's just an example.
// Look in program.js to see explanation of these properties.
//---------------------------------------------------------------------------------------------
// pn=0; // start value for prog numbering
// prog[pn]=['ProgramName'];
// ordr[pn]=[0];
// desc[pn]=['Description'];
// uid[pn]=['APP1'];
// dflt[pn]=['no'];
// cat[pn]=['Application Category'];
// forc[pn]=['false'];
// configs[pn]=['List of configs to be auto checked. Comma seperated'];
// deps[pn]=[];
// excl[pn]=[];
// cond[pn]=['Javascript Conditional Statement'];
// gcond[pn]=['Javascript Conditional Statement to gray item'];
// regb[pn]=['Registry Key Path'];
// cmd1[pn]=['CommandLine 1'];
// cmd2[pn]=['CommandLine 2'];
// cmd3[pn]=['CommandLine 3'];
// cmd4[pn]=['CommandLine 4'];
// cmd5[pn]=['CommandLine 5'];
// cmd6[pn]=['CommandLine 6'];
// cmd7[pn]=['CommandLine 7'];
// cmd8[pn]=['CommandLine 8'];
// cmd9[pn]=['CommandLine 9'];
// cmd10[pn]=['CommandLine 10'];
// rega[pn]=['Registry Key Path'];
// picf[pn]=['Picture File'];
// picw[pn]=['Width'];
// pich[pn]=['Height'];
// textl[pn]=['Text Location'];
// pn++;

//---------------------------------------------------------------------------------------------
// Your programs here ...
//---------------------------------------------------------------------------------------------
pn=1;
prog[pn]= ['คนล่าฝัน'];
ordr[pn]=[002];
uid[pn]=['คนล่าฝัน'];
dflt[pn]=['yes'];
cat[pn]= ['คาราบาว'];
cmd1[pn]=['"%wpipath%\\Install\\1007.exe" /S'];
pn++;

prog[pn]= ['คนจนผู้ยิ่งใหญ่'];
ordr[pn]=[001];
uid[pn]=['คนจนผู้ยิ่งใหญ่'];
dflt[pn]=['yes'];
cat[pn]= ['คาราบาว'];
cmd1[pn]=['"%wpipath%\\Install\\1006.exe" /S'];
pn++;

//---------------------------------------------------------------------------------------------
// End of program definitions ...
//---------------------------------------------------------------------------------------------

เยอะ แยะไปหมด ไม่ต้องตกใจเราจะปรับแค่นิดหน่อยไม่มากอะไร

สิ่งที่เรา ต้องปรับคือ หากตัวเต็มๆมันอาจจะคำสั่งมากบรรทัดกว่านี้ แต่ผมตัดออก เอาแค่ที่ผมต้องการจะใช้

prog[pn]=['คนจนผู้ยิ่งใหญ่']; ตรงนี้ใส่ชื่อเพลงของเรา
ordr[pn]=[001]; ตรงนี้จะเป็นลำดับการลงว่าจะให้ลงเพลงไหนก่อนไหนหลังไล่กันไป
uid[pn]= ['คนจนผู้ยิ่งใหญ่']; ตรงนี้ก็ใส่ชื่อเพลงของเรา
dflt[pn]=['yes']; ตรงนี้จะกำหนดว่า จะให้มันลงเองโดยอัตโนมัติ หรือเราจะเลือกเอง yes เท่ากับลงเลย no เท่ากับเดี๋ยวฉันมาเลือกเอง
cat[pn]=['คาราบาว']; ตรงนี้เป็นกำหนด หมวดให้มัน ให้ใส่ชื่อ ศิลปิน
cmd1[pn]=['"%wpipath%\\Install\\1006.exe" /S'];
ตรงนี้จะกำหนดว่าจะหากเลือกตัวนี้แล้วจะให้รันไฟล์ไหน เราก็เลือกไปที่
['"%wpipath%\\Install\\1006.exe" /S'];

ใน ส่วนนี้ หากใครคุ้นเคยกับโปรแกรม WPI อยู่แล้วก็คงนึกออกว่าคืออะไร หากใครไม่คุ้นผมจะอธิบายคร่าวๆแล้วกัน ชุดนี้เป็นคำสั่งให้มันรันไฟล์ไหน จากไหน โดยที่

%wpipath% คือเมนโฟลเดอร์ของโปรแกรม WPI กำหนดแบบนี้มันจะวิ่งไปหาโฟลเดอร์ WPI โดยที่ไม่สนใจว่าจะอยู่ ไดร์ฟไหน หากกำหนดเป็น %CDROM% มันก็จะไปหาจาก CDROM

Install คือ sub folder ที่เราเก็บไฟล์ setup ที่เป็น *.exe ไว้ มันจะเข้ามาหาในนี้
1006.exe คือไฟล์ที่มันจะรัน

/S เป็นคำสั่งที่ให้มันลงไปเลยโดยที่เราไม่ต้องคอยกด next ๆๆๆ

อันที่ จริงยังมีอีกหลายคำสั่งที่เราจะใช้ใส่ต่อท้ายตรงนี้ แต่วันนี้เอาคร่าวๆแค่นี้ก่อน หากว่างๆจะมาอธิบายให้มากกว่านี้ หากมีเวลาจะทำกระทู้การทำโปรแกรมติดตั้งโดย WPI มาฝากกันอีกที

( ในส่วนนี้ใครอยากได้มากกว่า สองเพลงก็ก็อป
prog[pn]=['เปลี่ยนชื่อ เพลง'];
ordr[pn]=[เปลี่ยนลำดับการลง];
uid[pn]=['เปลี่ยนชื่อเพลง'];
dflt[pn]=['yes'];
cat[pn]= ['เปลี่ยนชื่อ หมวดหมู่ หรือชื่อ ศิลปิน'];
cmd1[pn]= ['"%wpipath%\\Install\\เปลี่ยนชื่อไฟล์ที่จะเอามารัน" /S'];
pn++;
ใส่ เข้าไปเรื่อยๆ จะเอากี่ตัวก็ตามใจ แล้วเปลี่ยน ชื่อ เปลี่ยน ลำดับที่จะลง เปลี่ยนไฟล์ที่จะให้มันรัน )



แค่นี้เป็นอันจบ เวลาจะใช้ ก็เขียนใส่แผ่นก็ได้ แล้วไปเปิดที่ไฟล์ WPI.HTA หรือใครจจะเขียนคำสั่ง autorun ให้ใส่แผ่นปั๊ป รัน wpi.hta เพื่อติดตั้งทันทีก็ไม่ผิด

หาก ใครอยากใส่ภาพของตัวเองให้สวยตามใจชอบ

ลองเล่นกันดูครับ
เกิดจาก ผมว่างงานแล้วก็นั่งคิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อย เลยลองเอา WPI มาเล่นในอีกรูปแบบนึงที่ไม่ใช่แค่การลงโปรแกรม คือเอามาสร้าง เมนู อัพเดทคาราโอเกะ

หากใครอยากจะเปลี่ยน ภาพพื้นหลังให้สวยตามที่ตัวต้องการก็ให้ไปที่โฟลเดอร์ THEMES ในโปรแกรม WPI แล้วหาภาพที่ต้องการมา ตั้งชื่อ WALLPAPER แล้วเซฟเข้าไป มันจะถามว่ามีอยู่แล้ว ต้องการแทนที่ภาพเดิมไหมก็ ตกลง ไปครับ

ที่มา http://www.com-th.net/webboard/index.php?topic=104248.0

ไนตรัส อ็อกไซค์ (NITROUS OXIDE)

หลายท่านคงได้ยินได้ฟังเรื่องราวของการยิงแก๊สไนตรัส
กับการแข่งขันรถยนต์แบบควอเตอร์ไมล์
(402 เมตร) เขายิง (ฉีด) เขายิงแก๊ซไนตรัสเข้าไปทำไม
? ฉีดบริเวณไหน?
แล้วมันให้ผลอย่างไรต่อเครื่องยนต์ถึงผลิตแรงม้าที่รอบสูงๆ
เพิ่มขึ้นได้อีกมากมาย?
ผมจะบอกหรืออธิบาย
เป็นความเข้าใจตามหลักการอย่างแท้จริง
ถึงแม้ไม่ใช่ไนตรัสก็เข้าใจได้
เช่น ฉีดแอลกอฮอล์, เมธานอล,
หรือใดๆ
ก็ตามที่นอกเหนือจากน้ำมันเบนซินที่เรารู้จักกันเพียงเบนซิน
91 เบนซิน 95 หรือน้ำมันรถแข่ง
ออกเทน 120
ถ้าวันใดวันหนึ่งต้องการให้ออกเทน
120 เป็น ออกเทน 130 จะทำอย่างไร
ก็ต้องรู้ที่มาไปแล้วคุณเองก็ทำได้
หัดชงน้ำมันเหมือนชงกาแฟนั่นแหละ
เราจะค่อยๆ คุยกันไปนะครับ



ปัญหา หรือโจทย์ที่เราตั้งไว้ว่า เครื่องยนต์จะมีกำลังแรงขึ้นกว่าเดิมมันต้องเป็นอย่างไร มองเพียง 1 เรื่อง คือคุณภาพหรือประสิทธิภาพ ในการอัดของไอดีที่อยู่ในห้องเผาไหม้ คือกระบอกสูบและโดมฝาสูบ ด้วยธรรมชาติของการอัดในกระบอกสูบนั้นเครื่องยนต์ที่มีการอัดที่ดีๆ คือดูดมาได้เต็มกระบอกสูบแล้วอัดให้เหลือที่แคบๆ บนฝาสูบนั่นแหละ ดีจริงๆ เราแบ่งการทำงานของเครื่องยนต์เป็น 3 ช่วง คือ

ช่วงที่ 1 รอบเดินเบา ประมาณ 1,000-1,300 รอบต่อนาที ช่วงที่ ลูกเร่งปิดเกือบสนิท เปิดแค่จิ๊ดเดียวเท่าที่สกรูปรับรอบเข้าไป เบียดยกลูกเร่ง (ตามภาพ)

ปริมาณอากาศที่ผ่านจากคาร์บูเรเตอร์จะมาเบียดผ่านช่องแคบๆ ที่ลูกเร่งยกขึ้นนิดเดียวแค่ประมาณครึ่งมิลลิเมตรเท่านั้น ฉะนั้นปริมาณของอากาศที่ลูกสูบต้องดูดเข้าไปครั้งละ 125 CC นั้น อากาศที่ประจุเข้าไปคงเข้าไปได้แค่นิดหน่อยเท่านั้น เพราะมันเบียดช่องแคบๆ เข้าไปไม่ทันหรอกคุณ จะเหมือนกับการดึงหลอดฉีดยาแล้วเอามืออุดที่ปลาย มันก็จะเด้งดึ๋งดูดกลับไปอย่างนั้นแหละ
เรียกว่าประสิทธิภาพทางการอัดแย่มาก เครื่องยนต์ไม่มีประสิทธิภาพมันจึงเดินรอบได้ เพียงเบาๆ เท่านั้น เรียกว่า “รอบเดินเบา”

ช่วงที่ 2 ช่วงลูกเร่งยกขึ้นมาประมาณครึ่งช่วงชักขึ้นไป หรือ 2 ใน 3 ของช่วงชัก

5,000-7,000 รอบต่อนาที


ช่วงนี้อากาศเข้าได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เครื่องยนต์เดินได้เต็มสูบ อากาศกับไอดีเข้ากระบอกสูบได้เพียบ ช่วงนี้แหละแรงม้าได้เต็มๆ ซี.ซี.ก็ได้ เพราะปริมาณอากาศเข้าไปอัดตัวได้ดี เครื่องยนต์จึงมีประสิทธิภาพสูง ช่วงนี้ถือว่าสุดยอดครับ ความเร็วรอบเครื่องประมาณ 5,000-7,000 รอบต่อนาที

ช่วงที่ 3 ช่วงที่ลูกเร่งยกสุด หรือเปิดสุด ทำความเร็วสูงสุด

7,000-10,000 รอบ/นาที ลูกสูบดูดเร็วมาก

ช่วงนี้ลูกสูบดูดอากาศเข้าไปในกระบอกด้วยความเร็วในการชัก รวดเร็วมาก จนไอดีจากคาร์บูเรเตอร์ไหลเข้าไปไม่ทัน การที่จะทำให้อากาศกับไอดีไหลเข้าไปในกระบอกสูบตั้งแต่ศูนย์ตายบนจนถึงศูนย์ ตายล่างให้เต็มกระบอกเป็นไปได้ยากมาก เพราะมันเร็วจริงๆ ต่อให้ใช้แคมชาร์ฟระยะยกมากๆ ช่วยให้วาล์วไอดีปิดช้าลงเพื่อชดเชยแล้วก็ตาม แต่มันก็มีปัญหาอยู่ทำให้ประสิทธิภาพการอัดแย่ลงไป เครื่องยนต์จะลดประสิทธิภาพลงไปมากครับช่วงนี้ไม่มีแรงม้าเพิ่มขึ้นเท่าไร นัก ที่เขียนมาเพื่อต้องการให้เข้าใจถึงความสำคัญของการทำให้ไอดีพากันกรูเข้าไป ในกระบอกสูบได้เต็มทุกครั้งที่มีการดูด แต่ตอนเปิดคันเร่งสุดๆ อาการที่อากาศเข้าประจุไม่ทันจะเกิดขึ้น

เข้าเต็มสูบที่รอบเครื่องยนต์ต่ำ

เข้ามาได้น้อยเพราะลูกสูบดูดเร็วและ เลื่อนขึ้นไป เร็วกว่าที่อากาศจะเข้าบรรจุ

ทีนี้ก็มาเข้าเรื่องล่ะนะ เมื่อคันเร่งบิดสุด ความเร็วสูงสุด แต่อยากวิ่งต่อให้เร็วขึ้นวิศวกรผู้รู้โครงสร้างของเครื่องยนต์ ก็จับประเด็นว่าทำอย่างไรประสิทธิภาพในการอัดตัวจะดีขึ้น โดยที่ลูกสูบยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมากอยู่ พื้นฐานของอากาศที่เราหายใจกันอยู่นี้ สูบเข้าไปฟืด ในปอดคนเราจะมี ไนโตรเจน 72% ออกซิเจน 28 % รวมเป็น 100 % ฉะนั้นใน 1 ครั้ง ของการอัดบนฝาสูบ จะประกอบไปด้วย ไนโตรเจน+ ออกซิเจน+เบนซิน ครับ ในสัดส่วน 14.7:1 ตามท่าคุ้นเคยกันอยู่ ฉะนั้นถ้าเราจะเพิ่ม 3 ตัวที่ว่านี้จะทำอย่างไร?
ก็คือ

เผอิญผมมีเคมีภัณฑ์อยู่ตัวหนึ่งมีสูตรเคมีว่า N2O ภาษอังกฤษ เรียกว่า “แก๊สไนตรัส” ในเคมีตัวนี้มี N2 คือไนโตรเจน และ O ก็คือ ออกซิเจน บ๊ะ...โดนใจไหมละครับ ในเมื่อการอัดตัวของลูกสูบแต่ละครั้งดูดเองไม่ทัน เราก็เอาแก๊สไนตรัสฉีดช่วยเข้าไปนิดหน่อย ตัวมันเองจะไประเบิดขยายตัวเองออกมากมายหลายเท่าจนอิ่มตัวเต็มกระบอกสูบ เหมือนประทัดงานตรุษจีนนั่นหละ ตัวเล็กๆแต่พอขยายตัวมันมากมาย มันจึงทำหน้าที่เพิ่มการอัดตัวให้มีประสิทธิภาพการอัดดีขึ้น และมันยังแฝงออกซิเจนไปเพิ่มอีกที่รอบสูงๆ การบ้านของนักโมดิฟายน้ำมันเชื้อเพลิงก็คือไปหาไนโตเจนและออกซิเจนที่อยู่ รวมกันกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ได้ ก็จะไปพบ เคมี “ไนตรัสออกไซค์” เข้า เขาจึงนำตัวนี้มาฉีดพ่นเสริมเข้าที่คาร์บูเรเตอร์ให้ไหลไปพร้อมๆ กับไอดี ที่หมดประสิทธิภาพการไหลเข้าด้วยตัวเองแล้ว หรือมองอีกแง่มุมหนึ่งก็คือมีผู้วิเศษไปปาดฝาสูบให้เราตอนรอบสูงๆ แต่พอรอบต่ำฝาสูบก็หนากลับคืนมาอีก แหม...วิเศษจริงๆ แต่ตัวไนตรัสไม่ติดไฟนะครับ ออกซิเจนก็ไม่ติดไฟ แต่!!! ช่วยให้ไฟติด ไม่เหมือนกับไนโตรมีเทน ในฉบับที่แล้วที่ตัวมันติดไฟได้เองด้วย สรุปไนตรัสเป็นผู้วิเศษคอยช่วยชดเชยเหลือชดเชยเติมเต็มอาการด้อยของเครื่อง ยนต์ที่รอบสูงครับ



การฉีดไนตรัส เขาฉีดกันตอน บิดเร่งสุดแล้วนะครับ ฉะนั้น จะต้องมีอุปกรณ์การฉีด ที่ควบคุมด้วยวาล์วไฟฟ้าครับ
อุปกรณ์-ชิ้นส่วนในระบบ
อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการติดตั้งในระบบ
1. โซลินอยด์ ทำงานด้วยไฟฟ้า 12 โวลท์ ใช้สวิทซ์กดที่แฮนด์
2. ท่อทางเดินของแก๊สไนตรัส
3. ถังเก็บ-ถังบรรจุแก๊สไนตรัส
4. วงจรไฟฟ้าควบคุมพร้อมชุดหัวฉีด เจ๊ต

ขอขอบคุณข้อมูลโดย อ.อนุชิต กลับประสิทธิ์
จากนิตยสาร ฟาส์ต โซน ฉบับที่ 21/2547


http://www.yamaha-motor.co.th/Content/scoopdetail.asp?spID=34

ความ ลับ เบนซิน ผสม ไนโตรมีเทน


เชื้อเพลิงเบนซินมันมีขีดจำกัดการน๊อคของเครื่องยนต์มัน อยู่ อาการน๊อคที่ว่านี้เป็นการจุดระเบิดแบบไม่ทั่วถึงคือ จุดมั่ว มุมนี้แย่งกันจุด แทนที่จะจุดที่บริเวณเดียวแล้วขยายกว้างออกไป แต่นี้พอรอบสูงๆ ก็เริ่มแย่งกันเผาไหม้จนระส่ำระส่ายบนฝาสูบ เกิดอาการรอบเครื่องสิ้นสุดอยู่แค่นั้น




แบบแรกที่จะคุยให้ฟังคือ การเพื่มออกเทนนัมเบอร์ให้สูงขึ้นเกินกว่า95ซุปเปอร์ ทำอย่างร
วิธีการ คือ ให้เติมสารตะกั่วลงไป ชื่อของมันคือ TEL.เตรตราอี..ลีด เรียกว่าบู๊ชออกเทน (ไม่ใช่บู๊ชเทอร์โบนะ)
เขาบู๊ชกันถึงออกเทน130 แน่ะ การเติมสารTELลงไปก็เติมแบบการชงกาแฟเลยล่ะ แต่เราไม่รู้แน่ชัดหรอกว่า
มัน ชงแล้วอยู่เลขเท่าไหร่เพราะเครื่องทดสอบการน๊อคมันแพงมากๆๆ เอาเป็นว่าถ้าผสม
เบนซิน1แกลลอน+TEL6ซีซี จะได้เบนซิน95 ซึ่งถ่าเพิ่มtelเข้าไปอีกค่าออกเทนมันจะสูงขึ้นตามไปอีก
แต่การใช้(สาร ตะกั่วตัวนี้มาเติมในเบนซินมันทำให้สิ่งแวดล้อมแย่ลง) เขาจึงทำน้ำมันไร้สารตะกั่วในปจุบันโดยเอาตัวอื่นๆ ที่เป็นเคมีผสมใหม่เข้าไปแทนสารตะกั่วตัวเดิม (เช่นแก๊สโซฮอล) ซึ่งรัฐบาลจะยกเลิกเบนซิน95ทั้งหมด หันมาสนับสนุนผลงานทางการเกษตรไทยคือ แก๊สโซฮอล

พอมาถึง .เบนซิน+แอลกอฮอล์ แก๊สโซฮอล แล้วจะรู้ได้ทันทีว่าแอลกอฮอล์เป็นเชื้อเพลิงยานยนต์ได้

แล้วถ้าหัน มาดูการแข่งขันรถยนต์แบบควอเตอร์ไมล์นั้น ทางทีมแข่งมีความรู้มากๆ เขาจะผสมสารตัวอื่นในเบนซินตลอดเลยนะคับ ไอ้ที่ว่าไปซื้อเบนซิน95เพียวๆมาลงแข่ง ยากส์มากคับแพ้แน่นอน

ปี พศ นี้
ชั่วโมงนี้ มีช่างแก่กล้าเอาในโตรเจนในรูปต่างๆมาฉีดผสมเข้าไปในการแข่งขันมอเตอร์ไซย์ คือแบบแอบฉีดกันเยอะแล้วนะจึงขอให้ความรู้นิดๆหน่อยๆ เกี่ยวกับการยิงแก๊สในตรัสหรือการผสมน้ำยาเคมี ในโตรมีเทน+เบนซิน120 ที่ใช้ในการแข่งขันมอเตอร์ไซย์กันหน่อยว่ามันเป็นยังไง ดียังไง ทำไมเครื่องถึงพังหว่า

ลองจับรถ3คัน ที่มีรายละเอียนตามรูปด้านบน มาแข่งขันกันแบบโหดๆ ผลที่ออกมารอบสูงๆ รถคันที่ใช้ไนโตรมีเทนผสมเข้าไปทำงานได้ดีกว่ามาก ไฟแลบออกท่อยาวเป็นศอกเลย เครื่องมุทะลุดุดันแบบสุดๆ ลองมาดูว่า ไนโตรมีเทน (มันจำเป็นต่อเครื่องยนต์ยังไง) และหาซื้อได้ที่ไหน เริ่มเลยนะคับ


การ เผาไหม้ของเครื่องยนต์ เบนซินมันต้องมี(องค์คชาติ)เอ๊ย องค์ประกอบ อขงเชื้อเพลิงเบนซิน และ (อากาศ) ในสาดดดส่วนที่เหมอะสมที่สุดคือ 14.7ส่วน ต่อเบนซิน1 ส่วน
เรียกว่า14.7:1 เครื่องมันต้องการแบบนี้และทุกๆรอบความเร็ว ตั้งแต่รอบเดินเบาที่ลูกสูบดูดเอาอากาศผ่านคาร์บูเรเตอร์ พาเอาน้ำมันมาผสมเข้าไปด้วยก็ไม่มีปัญหา รอบกลางก็ยังไม่มีปัญหาอีกนั่นแหละ แตพอถึงรอบสูงๆสัก 7.000-10.000 รอบ เกิดอะไรขุ้นหว่าอยู่ๆ รถตันซะงั้นแหละ150/ชม หยุดแล้ว จากเหตุการณ์นี้มีเรื่องให้คิด2ข้อคือ
1. ทำไมมันถึงหยุด
2. ถ้าจะทำให้รอบเดินเบาต่อไปแบบมีแรงจะต้องเอาอะไรป้อนเข้าไป

ตอบข้อ1
ทำไมมันถึงต้องหยุด ก็เพราะว่ารอบเครื่องยนต์สูงมากๆ นั้น ลูกสูบขึ้นลงเร็วมาก ประมาณ 100 ครั้ง (ขึ้น-ลง) ในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีกระดิก1ติ๊ก อากาศที่ถูกดูดผ่านกรองอากาศเข้าไปนั้น สุดที่จะปฎิบัติตามพ่อลูกสูบนั้นได้แล้ว ฉันวิ่งเต็มที่ได้แค่นี้อากาศบอกเช่นนั้น



อาการนี้เกิดกับเครื่องยนต์ทุกๆ เมื่อรอบรอบการทำงานสูงๆแล้วเกิดภาวะการขาดอากาศเผื่อการเผาไหม้ก็คือเร่ง สุดได้แค่นี้...เข้าใจไหมครับ
เราต้องตอบว่าทำไมรถมันถึงหยุดวิ่ง ที่100-120-150 กม/ชม. แล้วไปต่อไม่ได้แล้ว (อย่าบอกว่ากล้องมันตัดนะครับ) เพราะต่อให้ปลดรอบเครื่องที่กล้อง CDI แล้วก็ตามเครื่องมันจะเดินสุดได้แค่นั้นสำครับเครื่องแบบลูกชัก

ตอบ ข้อ2
ถ้าจะให้รถวิ่งได้เพิ่มอีกทำยังไง !!!!
2.1อันดับแรก เพิ่มอากาศเปล่าๆ เข้าไปโดยเอากังหันปั๊มเข้าไปช่วย วีธีนี้เรียกว่า เทอร์โบชาร์จ เอาอากาศอัดเข้าไปเฉยๆรอบมาอีกบานเลย (เครื่องแทบพัง) จะเห็นว่ามันเป็นตำตอบที่ชัดเจนพอควนที่เอาอากาศป้อนเข้าไปแล่ววิ่งดีขึ้น



2.2 อันนี้สำคัญตอนพิเศษ คือ ผสม ไนโตรมีเทน เข้ากับเบนซินหลังที่ใช้ เพื่อให้ไนโตรมีเทนไปคายอ๊อคซิเจนให้กับห้องเผาไหม้เพื่อเกิดปฎิกริยากับ ความร้อน ดูจากสูตรเคมีทางนี้ครับไม่ยากหรอก ยังไงมันก็ต้องพูดถึง

ในอากาศปกติที่เราหายใจกันอยู่นั้น มีก๊าซหลักๆ อยู่ 2 ตัว คือ มีไนโตรเจน 77 เปอร์เซน และมีอ๊อคซินเจนประมษณ 23 เปอร์เซน เท่านั้น
ดู ซิอุตส่าหายใจเข้าไปตั้งลึกมีออกซิเจนแค่ 23% เองนอกนั้นเสียเปล่า ซึ่งแก๊สไนโตรเจนนั้นไม่ติดไฟเป็นก๊าซแบบเฉี่อย เข้าไปในห้องเผาไหม้แบบตัวเองเป็น
ส่วนเกินจริงๆเลย



การทำงานคือ เมื่อไนโตรมีเทนผสมเข้าไปกับเบนซินแล้ว สิ่งที่เป็นน้ำเคมีไนโตรมีเทนมันมีออกซิเจนแฝงไปด้วยในรูปของน้ำนั้นแหละ พอเข้าห้องเผาไหม้เจอความร้อนออกซิเจนจะทำการแยกตัวเป็น อิสระแวไปเสริมกับอากาศที่มาจากกรองอากาศจากคาบูเรเตอร์เป็นการเพิ่มอากาศ แบบผสมไปกับน้ำนั่นเอง



และขุมพลังมหาศาลที่ได้ก็คือ ไนโตรเจนที่ค้างอยู่จะขยายตัวพาให้ผสมเพิ่มแรงอัดบนฝาสูบสูงมาก เมื่อจุดระเบิดตูม ออกมากำลังจะมากขึ้นอีกเพราะเหมือนกับเราไปปาดฝาสูบลงอีกนั้นแหละ มันจึงเป็นเหตุว่า ถ้าผสมมากๆ(โลภมาก) เครื่องมันจะพังแบบกระจายเลย เพราะความร้อนสูงมากๆ
อาการที่จะพบได้อีกอันหนึ่งก็คือ จากธรรมชาติของไนโตรมีเทนมันเผาไหม้สมบูรณ์ ได้ที่สาดดดส่วน 107:1 เท่านั้น แต่เบนซินต้องใช้อากาศถึง 14.7 ต่อ1 ฉะนั้น ไนโตรมีเทนมันจะเหมอะมากที่จะเป็นเชื้อเพลิงที่รอบสูงๆที่เบนซินธรรมดา 95-120 เริ่มขาดอากาศแล้ว พอมาถึงตรงนี้คงจะเกิดปิ๊งแล้วละซิ-----
ว่า ทำไม เขาถึงยิงแก๊สไนตรัสกันตอนจะเข้าเส้นชัยเท่านั้น ถ้าฉีดตั้งแต่ออกสตาร์ทรับรอง200เมตรแรกเครื่องแตกกระจายออกมากองแน่นอน
สรุป รอบต้น รอบกลาง เบนซินทำงานดีกว่า ส่วนไนโตรมีเทน จะใช้รอบสูงๆที่เบนซินทำงานไม่ได้ เพราะอากาศไม่พอผสมไนโตรมีเทนมันต้องการอากาศน้อยกว่าก็ใช้มันไป ใช้ตอนรอบสูงๆ ก็แล้วกัน แต่! มันเป็นของเหลวที่นำมาผสมกับเบนซินโดยตรง



มันจึงเลือกไม่ได้ว่ารอบไดเป็นอย่างไร คุณต้องบิดคันเร่งเรียกรอบให้สูงลิบไว้ตลอดเพราะว่ารอบต่ำปานกลาง หรือเวลาเร่งสุดแล้วปรากฎการณ์พิเศษขึ้นแบบเลี่ยงไม่ได้เลยคือ SPIT FIRE เรียกว่าไฟแลบปลายท่อยาวเป็นศอกเลยคุณ

พอเห็นอย่างนั้นเอ๊า..มันใช้น้ำมันพิเศษแน่เลยว่ะ

ถ้าน้องๆช่างทั้งหลายไม่อยากผสมกับเบนซินก็ลองทำแบบรุ่นเซียน ที่จากเราไปแล้ว ก็คือ คุณวิรัช ปากน้ำ ที่เขาเริ่มใช้ เจ๊ต ฉีดเข้าที่ปากคาร์บูเรเตอร์ที่รอบสูงๆ นั้นแหละก็ช่วยได้บ้าง (คาบูเรเตอร์ของ ซูซ฿กิ รุ้น RGV มีเจ๊ตในตัวครับ)


ใครอยากลองก็ บอกได้เลยว่าแพงมากครับ ครึ่งลิตร 2000 บาท 45

เครดิดของ อ.อนุชิต กลับประสิทธิ์

ที่มา :
http://www.cbrclubthailand.com/index.php?topic=348.0
http://sonic125-club.com/index.php?topic=5161.msg84629