วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ปรับตัวก่อนโรคร้ายรุมเร้า (ระหว่างโลกร้อน)

ภาวะโลกที่ร้อนขึ้นในทุกวันนี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์หลายแขนงปวดขมับ

โดย..เอวา อาดัม

เพราะโลกร้อนไม่ได้หมายความแค่อุณหภูมิสูงขึ้น หรือสภาพอากาศแปรปรวนไป แต่มันกอดคอมาพร้อมก๊วนเพื่อนซี้อย่างโรคร้าย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจของทุกคนในโลก

จากการอ้างอิงของสภากาชาดไทย นพ.วัชระ พุ่มประดิษฐ์ อายุรแพทย์ สาขาโรคติดเชื้อ บอกว่า ในภาวะโลกร้อนและอุณหภูมิที่เพิ่มมากขึ้นหลายองศาเซลเซียสนั้น จะทำให้ภูมิภาคที่มีอากาศเย็นเริ่มร้อนขึ้น และโรคภัยต่างๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับประเทศในแถบร้อนก็จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย ส่วนประเทศในแถบร้อนที่ปกติอุณหภูมิก็สูงอยู่แล้วนั้น ก็ยิ่งเสี่ยงต่อโรคภัยต่างๆ เพิ่มมากขึ้นไปอีก โรคที่จะมาในภาวะโลกร้อนนั้นแบ่งออกได้ 3 โรคใหญ่ๆ

ฮีตสโตรก (Heat Stroke)

ภาวะเป็นลมเนื่องจากความร้อนสูงเกินไปนับเป็นด่านแรกของภัยสุขภาพยุคโลก ร้อน ซึ่งโรคนี้คนในประเทศร้อนมักจะไม่ค่อยเกิดอาการมากนัก เนื่องมาจากการชินกับความร้อน แต่ในอนาคตข้างหน้าเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นไปอีกประมาณ 710 องศาเซลเซียส คนในประเทศร้อนก็อาจจะเกิดอาการนี้ได้บ่อยๆ เช่นกัน

อาการที่ว่านี้จะเกิดจากการที่ร่างกายนั้นได้รับความร้อนมากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นจากการออกกำลังกาย หรือการเล่นกีฬาในภาวะอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน จนอุณหภูมิในร่างกายสูงเกินขีดที่จะทนทานได้

“ยิ่งโลกร้อน คนในประเทศหนาวอย่างในยุโรปก็จะมีภาวะฮีตสโตรกเกิดขึ้นได้เช่นกัน เนื่องจากภาวะที่อากาศร้อนเกินไปจนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เสียเกลือแร่ในร่างกายได้ ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ซึ่งเหล่านี้อาจจะทำให้คนตายได้ เช่น คนที่ติดอยู่ในลิฟต์ ถ้าเป็นคนที่ไม่แข็งแรง หรือมีอายุมากหน่อย ติดลิฟต์สักครึ่งชั่วโมงแล้วร่างกายปรับตัวไม่ทันก็อาจจะเสียชีวิตได้เลย”

อาการภูมิแพ้

อาการเช่นนี้ นพ.วัชระ บอกว่า “เกิดมาจากภาวะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มสูงมาก จนทำให้เกิดกรีนเฮาส์เอฟเฟกต์ บรรยากาศร้อนขึ้น ซึ่งเมื่อคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นมากๆ ก็จะไปกระตุ้นให้สาหร่าย พืช หรือวัชพืชบางอย่างที่ปกติไม่ขึ้นอยู่ในที่สูง หรือในอากาศหนาวๆ ขยายตัวได้มากขึ้นในที่ที่อากาศหนาว ซึ่งเมื่อพวกวัชพืชพวกนี้เพิ่มมากขึ้น ก็อาจจะก่อสารให้เกิดภูมิแพ้ได้มากขึ้น เนื่องมาจากการสร้างละอองเกสรที่ลอยมาในอากาศก็ทำให้เกิดภูมิแพ้ได้มากขึ้น รวมทั้งเรื่องของมลภาวะก็อาจจะช่วยกระตุ้นให้คนที่เป็นโรคหอบหืดเกิดอาการ ได้มากขึ้นและบ่อยขึ้น หรือคนที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบจากการสูบบุหรี่ก็จะมีปัญหามากขึ้นด้วย”

โรคที่มากับแมลง

เนื่องจากแมลง เช่น ยุง และแมลงวันนั้น ปกติจะชอบอากาศอบอุ่น ค่อนข้างร้อน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค เช่น โรคไข้เลือดออก และมาลาเรียได้มากในประเทศร้อน แต่ในภูมิภาคที่มีอากาศหนาวอย่างยุโรปนั้น มักจะไม่ค่อยต้องมากังวลเรื่องไข้เลือดออก หรือมาลาเรีย เนื่องจากแมลงมักจะอาศัยอยู่ในอากาศเย็นไม่ค่อยได้

“แต่เมื่อโลกร้อนขึ้น บริเวณที่แมลงเหล่านี้สามารถขยายพันธุ์ไปได้ก็จะเพิ่มมากขึ้น มีการเจอโรคแบบนี้ในที่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน คือ ในที่ที่มีอากาศหนาวๆ อย่างเช่นที่เคยเจอกันก็คือในประเทศโคลัมเบีย ที่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 7,000 กว่าฟุตก็เจอได้ ซึ่งแต่เดิมไม่เคยเจอ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของโลก หรืออินโดนีเซียในบริเวณที่อยู่บนภูเขาสูง อากาศเย็น แต่เดิมไม่เคยเจอโรคมาลาเรีย แต่ตอนนี้ก็เริ่มเจอได้มากขึ้นแล้ว ซึ่งก็จะยิ่งทำให้บ้านเรามีโอกาสเกิดขึ้นมากได้เช่นกัน เพราะเป็นโซนที่อากาศร้อนอยู่แล้ว”

มีการยอมรับจากเวทีการประเมินสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่อในภาวะโลก ร้อนระดับนานาชาติว่า หนึ่งในโรคที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในยุคโลกร้อนที่ต้องจับตามอง คือ ไข้เลือดออก เพราะนอกจากจะเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยแล้ว ในขณะนี้ยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรค ได้ขยายเวลาออกหากินจากช่วงกลางวันเป็นเลย 5 ทุ่มด้วย ซึ่งทำให้ยากต่อการป้องกันหรือวินิจฉัยโรค เนื่องจากแยกแยะได้ลำบากว่ายุงนั้นเป็นยุงลาย หรือยุงรำคาญที่หากินช่วงค่ำไปถึงดึก ยิ่งไปกว่านั้นยุงลายตัวผู้ในยุคโลกร้อนยังถูกตรวจพบว่ามีเชื้อไวรัสที่ก่อ โรคไข้เลือดออก ทั้งที่ไม่ได้ดูดเลือดเป็นอาหารแบบตัวเมีย ซ้ำบางตัวยังมีเชื้อไวรัสนี้ถึง 2 สายพันธุ์ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ข้อแนะนำในการดูแลตัวเองเพื่อให้ห่างไกลจากโรคที่มาในภาวะโลกร้อนนั้น นพ.วัชระ บอกว่า สิ่งสำคัญที่สุดก็คือให้ดูแลสุขภาพไปตามปกติ นั่นก็คือการกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอเท่านั้นเอง ส่วนใครที่มีโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้ ก็พยายามหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีมลภาวะสูง แต่นั่นก็เป็นไปได้ยาก เพราะการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่นั้นหลีกเลี่ยงจากมลภาวะค่อนข้างลำบาก

“อันตรายจากภาวะโลกร้อนบางครั้งก็ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราจะหลีกเลี่ยง สิ่งที่ทำได้ก็คือการดูแลตัวเองให้แข็งแรงเท่านั้นเอง อีกด้านหนึ่งที่เราทำได้ก็คือการช่วยกันลดภาวะโลกร้อน สุขนิสัยส่วนตัวที่ทำให้ปัญหามากขึ้นก็ต้องช่วยกันลดลง เช่น ลดการใช้พลังงานลง ลดการใช้กระดาษลง คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าโลกใบนี้มันใหญ่ ใช้กระดาษน้อยลงแผ่นเดียวจะช่วยอะไรได้ไหม แต่จริงๆ แล้วภาวะโลกร้อนแบบนี้มันเกิดขึ้นก็เพราะแต่ละคนทำลายโลกอย่างละนิดอย่างละ หน่อยทั้งนั้นเลย ในที่สุดมันก็รวมกันเป็นพลังทำให้เกิดการทำลายโลกได้มากขนาดนี้ แต่ถ้าเราช่วยกันคนละนิดคนละหน่อยก็ช่วยโลกนี้ให้ดีขึ้นได้”

นอกจากนี้แล้วการใช้ชีวิตช้าลง เรียบง่าย และกินอยู่อย่างธรรมชาติ ไม่โลดโผน ฟุ้งเฟ้อ อย่างวิถีมนุษย์พึงมี น่าจะชะลอความเลวร้ายของโรคต่างๆ ระหว่างที่โลก (กำลัง) ร้อนระอุ

ที่มา http://www.posttoday.com