วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2555

เคล็ดลับการขายงานฝีมือให้ประสบความสำเร็จ: 1. สินค้า



การจะขายสินค้างานฝีมือ  ให้เป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จได้  สินค้าของคุณจะต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ที่คนอื่นไม่สามารถทำสินค้านี้ในแบบฉบับของคุณได้  พูดง่าย ๆ คือต้องมีความเหนือชั้นที่แตกต่าง  ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น  เรือจำลองที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปนั้น  เป็นเรือจำลองที่มักใช้สี  เข้ามาเป็นองค์ประกอบเสริมความสวยงาม  แต่เรือจำลองของคุณพ่อไม่ใช้สีแต่เน้นนำเสนอสีที่เป็นธรรมชาติของไม้สักทอง  และสร้างจุดขายจากผลงานที่ประณีตบรรจง  เป็นต้น

การสร้างเอกลักษณ์ของ สินค้า  นอกจากตัวสินค้าเองแล้วยังต้องมีคุณค่าที่แตกต่างจากของเจ้าอื่น ๆ  ซึ่งคุณต้องคิดให้ออกให้ได้ว่า  สินค้าของคุณมีคุณลักษณะใดบ้างที่แตกต่างจากเจ้าอื่น ๆ และสามารถนำมาเป็นจุดเด่นของสินค้าของคุณได้

อย่าพึ่งคำนึงถึงราคาขาย  แต่ให้คิดถึงมุมมองของลูกค้าที่ต้องการมีสินค้าชนิดดีเลิศไว้ในครอบครอง  ในขณะเดียวกันความดีเลิศของสินค้าต้องเหมาะสมกับความต้องการและกาลเทศะด้วย  ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น  ต่อให้คุณทำข้าวมันไก่ได้อร่อยเพียงใดก็ตาม  ถ้าคุณนำไปขายในหมู่บ้านที่เป็นมังสวิรัติ  อย่างไรเสียก็ขายไม่ได้แน่นอน  ถูกต้องไหมครับ ?

สินค้าที่คุณผลิตต้องรักษาคุณภาพให้สม่ำเสมอ  ไม่ว่าจะมีการสั่งซื้อมากเท่าไรก็ตาม  แปลว่าคุณต้องมีการ QC.  สินค้าอยู่เป็นประจำ  ใครจะไปรู้ว่าลูกค้าที่ซื้อสินค้ารายที่ 1  กับลูกค้าที่ซื้อสินค้ารายที่ 2  อาจจะเป็นเพื่อนกัน  แล้วพูดคุยกันถึงสินค้าชนิดเดียวกันที่ซื้อจากเรา จนเกิดการเปรียบเทียบและพบข้อบกพร่องของสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่ง  จนเกิดความรู้สึกว่าสินค้าของคุณไม่มีมาตรฐานก็เป็นไปได้ 
คนทำงาน ฝีมือ  มักจะให้คำตอบตัวเองว่า “ ไม่เป็นไรหรอก เพราะสินค้าของฉันเป็นงาน Hand Made   ไม่ใช้เครื่องจักรทำซักหน่อย  แล้วจะให้ออกมาเหมือนกันทุกชิ้นได้อย่างไร  ที่ลูกค้าชอบซื้อสินค้าของฉัน  นั่นก็เพราะหลงเสน่ห์คำว่า Hand Made นี่แหละ ! ”

ก็อาจจะถูกต้องครับ  แต่ไม่ใช้ทั้งหมด  สินค้า Hand Made  ก็สามารถผลิตให้มีมาตรฐานสม่ำเสมอได้เช่นเดียวกัน  ความแตกต่างของตัวสินค้าอาจเกิดขึ้นได้  แต่คุณเชื่อไหม ลูกค้าที่ซื้อสินค้า Hand Made  ของคุณทุกคน  เขาสัมผัสได้ถึงความใส่ใจ  ความประณีตและความสวยงามของชิ้นงานฝีมือ  ที่คุณตั้งใจผลิตออกมาเสมอ 

เรื่องนี้สำคัญมากนะครับ  กับความสำเร็จหรือความล้มเหลวของสินค้า Hand Made  ของคุณ 

ที่สำคัญไปกว่านั้น  อย่าพยายามทดลองปรับเปลี่ยนวัตถุดิบแม้กระทั่งวัตถุดิบเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณเคยใช้งานและขายได้  ให้มากจนเกินไป  ก็รู้ ๆ กันอยู่และเข้าใจได้ไม่ยากว่า  คนทำงานฝีมือก็เหมือนศิลปิน  ที่หลงใหลและอยากลองปรับปรุงงานของตัวเอง ตรงนู้นบ้าง  ตรงนี้บ้าง  ถ้าสินค้าของคุณยังขายไม่ได้  ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ  ถือเสียว่าเป็นการพัฒนาสินค้าลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ ก็คงไม่แปลกอะไร 

แต่ ถ้าสินค้าของคุณเริ่มขายได้บ้างแล้ว  และคุณเริ่มนึกสนุก ต่อ  เติม  เสริม  แต่ง  เพราะอารมณ์ศิลปิน  มันบอกคุณว่าเติมนู้นนิด  ใส่นี้หน่อยมันน่าจะดีขึ้น  แล้วลูกค้าที่ซื้อสินค้าชิ้นแรก ๆ ของคุณไปล่ะครับ  เขาจะรู้สึกอย่างไร  ถ้าบังเอิญได้ไปเห็นสินค้าชุดใหม่ที่มีความแตกต่าง  จากผู้ผลิตรายเดียวกัน  ก็คือคุณ 

ถ้าคุณอยากเสริม แต่ง จินตนาการใหม่ ๆ ลงไปในสินค้าของคุณล่ะก็  คุณควรคิดสร้างโมเดลใหม่ ๆ ขึ้นมาเลย  ให้มีความแตกต่างจากโมเดลเก่าอย่างเห็นได้ชัด 

เช่น  มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง  มีจุดแตกต่างอื่น ๆ อาทิ  แพทเทิร์น  ตำแหน่งของหูหิ้ว  หรือฐานวาง  สี  ชื่อรุ่น  หรือจะระบุไปเลยว่าเป็น    “ Limited  Edition ”  ก็ได้ 

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้  เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้สินค้าของคุณเป็นที่รู้จัก  แต่ที่สำคัญที่สุดคุณต้องบอกกับตัวเองไว้เสมอว่า  สินค้าของฉัน  งานฝีมือของฉัน  ก็มีคนต้องการซื้อเหมือนกัน  อย่าบั่นทอนกำลังใจตัวเองด้วยคำถามว่า  จะมีคนอื่น ๆ ชอบงานแบบนี้ไหม ?   จะขายได้หรือ ?  เดี๋ยวนี้คนเขาซื้อของในห้างกันหมดแล้ว  หรือแม้กระทั่งคนเขาไม่ซื้องาน Hand Made  กันแล้ว  ซื้อแต่ของมี Brand

อย่า ลืมนะครับว่า  หลุยส์ วิตอง ในยุคแรก ๆ ก็เป็นสินค้า Hand Made  เหมือนกัน  หลาย ๆ รุ่นในปัจจุบันก็ยังเป็น Hand Made  อยู่  คนที่รักและต้องการซื้อสินค้า Hand Made  ยังมีอีกมากมาย  เพียงแต่คุณต้องสร้างสินค้า  ที่มีคุณภาพดีและมีมาตรฐานสม่ำเสมอ  ชื่อเสียงของคุณก็จะเป็นที่รู้จักกันไปเอง 

ย้ำอีกครั้งนะครับ  มาตรฐานและคุณภาพสินค้าเป็นเรื่องสำคัญมาก  และรับรองได้ว่าถ้าแม้สินค้าของคุณ  ขายได้แม้แต่ชิ้นเดียว  ก็แปลว่ามีโอกาสที่จะขายได้อีกนับร้อยนับพันชิ้น  เพราะลูกค้าที่ซื้อคุณไปหนึ่งชิ้นนั่นแหละ  จะเป็นคนนำข้อมูลสินค้าของคุณไปบอกต่อกับคนในสังคมของเขา  ที่รักสินค้าเหมือน ๆ กัน ด้วยตัวเขาเอง

ขอเพียงสินค้าของคุณมีคุณภาพดีและใส่ใจในการผลิต  รับรองว่าลูกค้าสัมผัสได้แน่ ๆ 

 เรื่องสินค้า  คงมีเคล็ดลับเพียงเท่านี้  เรื่องต่อไปที่จะเล่าซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน  คือ  เรื่อง “ ราคา ”  ครับ  การตั้งราคาเป็นหัวใจหลักของการขายสินค้าทุกประเภท  ติดตามต่อได้ในกระทู้ต่อไป  นะครับ

ที่มา http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2010/10/J9821826/J9821826.html